27/09/2021

แนะนำเว็บดู movie free online หนังเต็มเรื่อง

รีวิวเว็บดูหนังใหม่ชนโรง 2020 เว็บดูหนังออนไลน์ ฟรี HD ชัด เต็มเรื่อง มาสเตอร์ พากย์ไทย ซาวด์แทร็ก ซับไทย รวมหนังมาแรง หนังซูม หนังดี หนังมันๆ ดูซีรี่ย์บนมือถือ อัพเดตทุกวัน

ข่าวดี “ยาฟาวิพิราเวียร์” ของไทยทำเอง เตรียมใช้รักษาคนเจ็บ โควิด-19 ลดการนำเข้า

รัฐบาลเปิดเผยข่าวดี “ยาฟาวิพิราเวียร์” ที่วิจัยและพัฒนาการผลิตในประเทศไทย ลุ้นขึ้นทะเบียน อย. จัดเตรียมใช้กับคนไข้ติดเชื้อ วัววิด-19 ลดการสูญเสียในอนาคต

วันนี้ (13 ก.ค. 2564) มีความก้าวหน้าเรื่องการวิจัยและพัฒนาการผลิต “ยาฟาวิพิราเวียร์” ในประเทศไทย สำหรับต่อต้านไวรัส วัววิด-19 จัดเตรียมจะขึ้นทะเบียนตำรับยาแล้ว

โดยน.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองผู้ประกาศประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวมาว่า พล.อำเภอประยุทธ์ จันทร์โอชะ นายกฯและก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ติดตามการศึกษาวิจัยและก็ความเจริญผลิต “ยาฟาวิพิราเวียร์” ในประเทศซึ่งเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของการขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circula-Green Economy) ของรัฐบาล
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) แถลงการณ์ว่า ได้มีการเซ็นชื่อความร่วมแรงร่วมมือระหว่าง สวทช. องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และก็ บริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันวิจัยและพัฒนาแนวทางการสังเคราะห์สารขึ้นต้น (Active Pharmaceutical Ingredients : API) ของการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ ความเป็นไปได้สำหรับเพื่อการผลิตเชิงพาณิชย์ เพี่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนทางยาให้แก่ประเทศไทย

โดยความร่วมแรงร่วมมือดังที่ได้กล่าวมาแล้ว มีความก้าวหน้าอย่างยิ่งสามารถสังเคราะห์สารขึ้นต้นที่มีความบริสุทธิผ่านมาตรฐานมาตรฐาน และก็ยังเป็นการสังเคราะห์จากสารขึ้นต้นที่มีราคาถูก โดยไม่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างแดน ซึ่งปัจจุบันจะต้องมีการนำเข้ามากถึงปริมาณร้อยละ 95
มากมายไปกว่านั้นในกรกฎาคมนี้ ทางองค์การเภสัชกรรม คาดว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ที่ได้วิจัยและพัฒนาขึ้นนั้น จะได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยา จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และก็จากนั้นจะเป็นการผลิตเชิงพาณิชย์ เพื่อ คนไข้วัววิด19 เข้าถึงยาอย่างพอเพียง เมื่อทั้งหมดทุกอย่างสำเร็จลุล่วง ประเทศไทย จะสามารถผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ในราคาที่ถูกกว่านำเข้าอย่างยิ่ง

(รัชดา ธนาดิเรก)

ratcha

ดังนี้ ความร่วมแรงร่วมมือระหว่าง สวทช. อภ. และก็บริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เพราะครอบคลุมตั้งแต่การทดสอบในระดับห้องทดลอง (Laboratory scale) การถ่ายทอดเทคโนโลยีจนถึงระดับอุตสาหกรรม (Industrial scale) ตลอดจนการเรียนความเป็นไปได้ในการพัฒนาสารออกฤทธิ์ทางการปรุงยา (Feasibility Study) ที่มีความสามารถในเชิงพาณิชย์ ก็เลยถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลความร่วมแรงร่วมมือรัฐ-เอกชนในการพัฒนาอุตสาหกรรมยา เวลาเดียวกันการพัฒนาวัคซีนคุ้มครองป้องกันโรควัววิด19
โดยนักวิจัยไทยมีความเจริญไปมากเช่นเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงความรู้ความเข้าใจทางด้านการแพทย์และก็สาธารณสุขของไทยระยะยาวก่อให้เกิดการลดการนำเข้า และก็ยังเป็นแถวทางหนึ่งที่ช่วยทำให้ประเทศก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางซึ่งบุคคลากรมีอีกทั้งวิชาความรู้และก็นำไปต่อยอดเพื่อการผลิตขายต่อไปด้วย