09/12/2021

แนะนำเว็บดู movie free online หนังเต็มเรื่อง

รีวิวเว็บดูหนังใหม่ชนโรง 2020 เว็บดูหนังออนไลน์ ฟรี HD ชัด เต็มเรื่อง มาสเตอร์ พากย์ไทย ซาวด์แทร็ก ซับไทย รวมหนังมาแรง หนังซูม หนังดี หนังมันๆ ดูซีรี่ย์บนมือถือ อัพเดตทุกวัน

ความมันส์จะกลับมา! 5 เหตุผลที่แมนยูควรจะตั้ง “ร็อดพบร์ส” แทน “โซลชา”

ช่วงนี้ดูเหมือนจะมาแรงกว่าผู้ใดเพื่อนพ้องสำหรับ เบรนดินแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมฟุตบอล เลสเตอร์ สิตี้ กับการเช็ดกมองดูเป็นเลิศในกุนซือที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล็งดึงมาคุมทีม แม้ตัดสินใจปลด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พ้นตำแหน่งนายใหญ่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งแน่นอนว่า ในกรุ๊ปแฟนบอล “ปีศาจร้ายแดง” มีทั้งยัง “เอานะ” และก็ “ไม่เอา” โดยเหตุผลของฝ่ายหลังสำคัญๆก็หนีไม่พ้นการที่ ร็อดเจอร์ส เคยคุมทีมคู่ปรปักษ์นิรันดรอย่าง ลิเวอร์พูล มาก่อน แถมเป็นผู้ฝึกสอนที่ยังมิได้ถูกจัดอยู่ในระดับหัวแถวของแวดวง หรือมีดีกรีคู่ควรที่จะเป็นกุนซือให้กับสมาพันธ์ที่ยิ่งใหญ่อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ดี ตลอดตอน 10 ปีมานี้ ร็อดเจอร์ส ก็ได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า เขาเป็นกุนซือเก่ง และก็มีสไตล์ทำทีมที่น่าสนใจคนหนึ่ง หากแม้ยังไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับตัวท็อปๆอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, เจอร์เก้น คล็อปป์ หรือ อันโตนิโอ คอนเต้ ก็ตาม และก็นี่เป็น 5 เหตุผลย้ำๆที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะลองดึง กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือวัย 48 ปี มาคุมทัพ

– สามารถสืบต่องานจาก โซลชา ได้

man1

แน่นอนว่า ชื่อของ ซีเนดีน ซีดาน และก็ เอริค เทน ฮาก อาจดูน่าสนใจดวงใจกว่า แม้กระนั้นการมาของพวกเขานั้น “ปีศาจร้ายแดง” อาจจะต้องมีการ “เปลี่ยนครั้งใหญ่” อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องขุมกำลังนักฟุตบอล แม้กระนั้นสำหรับ ร็อดเจอร์ส แล้ว เหมาะมากกับแนวทางการทำทีมตามกลยุทธ์ระยะยาวที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังทำอยู่เวลานี้ เนื่องจากที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เขามีครบทั้งหมดทุกอย่างอยู่แล้ว แถมปฏิบัติงานโดยที่ไม่ต้องกดดันมากมายด้วย และก็ที่สำคัญ ร็อดเจอร์ส เป็นกุนซือที่ย้ำปั้น, ชอบพัฒนาของที่มีอยู่ และไม่ได้ใช้เงินสิ้นเปลืองไปกับการเสริมทัพ ซึ่งจุดนี้กระดานบริหาร แมนฯ ยูไนเต็ด คงจะยอดมากๆซึ่งถ้าเกิดพวกเขาพร้อมที่จะให้เวลาทำงาน ราวกับที่ให้กับ โซลชา ล่ะก็… ร็อดเจอร์ส นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว

– เกมรุกตื่นเต้นแน่

man2

แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด หลายท่านคงหัวเสีย และก็อึดอัดไม่น้อยกับสไตล์แนวทางการทำทีมของ โซลชา ที่ไม่ดุเดือดมากพอ แม้ว่าในทีมมีกรุ๊ปผู้เล่นแนวรุก ซึ่งคงจะโหดเหี้ยมสุดในลีกเลยก็ว่าได้ เมื่อมองเห็นชื่อของนักฟุตบอลอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เอดินสัน คาวานี่, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู้ด, อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล รวมถึงจอมทัพคนเก่งอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซึ่งปัญหาตรงนี้อาจจะถูกปลดล็อกโดย ร็อดเจอร์ส เนื่องจากที่ผ่านมานั้น เขามีสไตล์แนวทางการทำทีมที่ดูสนุก ตื่นเต้น ไล่ตั้งแต่ตอนคุม สวอนซี สิตี้ มาจนกระทั่ง ลิเวอร์พูล และก็ เซลตำหนิก… อย่าลืมนะครับว่า ในฤดูกาล 2013/14 ที่ ลิเวอร์พูล ตกม้าตาย ถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงครองแชมป์ พรีเมียร์ลีก นั้น เขานำทัพ “หงส์แดง” ซึ่งมี หลุยส์ ซัวเรซ และก็ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เป็นเครื่องจักรผลิตสกอร์ เข้าป้ายชั้นสอง และก็ทำได้ถึง 101 ประตู!!! ลองจินตนาการดูแล้วกันครับว่า มันจะโหดเหี้ยมแค่ไหน แม้เขามีนักเตะกรุ๊ปที่ว่าเอาไว้ตอนแรกอยู่ในกำมือ

– มีประสบการณ์ใน พรีเมียร์ลีก

man3

แม้เลือกผู้ฝึกสอนบิ๊กเนมคนอื่นๆอาจต้องให้เวลาพวกเขาสำหรับในการปรับพฤติกรรม แม้กระนั้นประเด็นนี้ไม่มีความจำเป็นสำหรับ ร็อดเจอร์ส ที่มีประสบการณ์เพียบในเวที พรีเมียร์ลีก (257 เกม) แถมคุมสมาพันธ์มาแล้วทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นสมาพันธ์เล็กๆอย่าง สวอนซี สิตี้, กลางอย่าง เลสเตอร์ สิตี้ ในขณะนี้ หรือสมาพันธ์ยักษ์ใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล ด้วยเหตุนี้แม้กล่าวถึงเรื่องประสบการณ์ในลีกที่นี้ คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงสำหรับ ร็อดเจอร์ส

– ดีกรีไม่เบา

man5

คนไม่ใช่น้อยอาจจะด้อยค่า ร็อดเจอร์ส ในเรื่องเกี่ยวกับการ “แผ่วปลาย” หรือเป็นกุนซือที่ชอบฟอร์มหลุดในตอนโค้งสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นตอนคุม ลิเวอร์พูล ที่วืดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในซีซั่น 2013/14 หรือสองซีซั่นปัจจุบันกับ เลสเตอร์ ที่เจ้าตัวพาทีมหลุดจากโควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างโชคร้าย แม้กระนั้นอย่าลืมว่า ร็อดเจอร์ส บรรลุเป้าหมายอย่างมากตอนคุม เซลตำหนิก ตอนระหว่างปี 2016-2019 เนื่องจากในขณะเกือบๆ3 ปีที่ตรงนั้น เขาพาทัพ “ม้าลายเขียว-ขาว” ครองแชมป์ สกอตตำหนิช พรีเมียร์ชิพ 2 สมัย, สกอตตำหนิช คัพ 2 สมัย และก็ สกอตตำหนิช ลีก คัพ 3 สมัย รวมๆแล้ว ร็อดเจอร์ส ได้แชมป์ถึง 7 รายการ ในถิ่น เซลตำหนิก พาร์ค หากแม้เป็นการคุมทีมในลีกไม่ยากอย่าง สกอตแลนด์ แม้กระนั้นการบรรลุเป้าหมายระดับนี้ จัดว่าไม่ธรรมดาเลย แถมฤดูที่แล้วได้แชมป์ เอฟเอ คัพ กับทัพ “จิ้งจอกไทย” ด้วย

– กล้าได้ กล้าเสีย

man6

อย่างที่บอกไปในข้อที่แล้ว หากแม้ ร็อดเจอร์ส ถูกมองดูเป็นกุนซือจอมแผ่วปลาย แม้กระนั้นในเรื่อง กล้าได้ กล้าเสีย นั้น ต้องยกให้เขา เนื่องจากการนำทีมอย่าง เลสเตอร์ ขึ้นมาอยู่ในกรุ๊ปบนตาราง และก็สามารถประมือกับสมาพันธ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และก็ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้อย่างสูสีตลอดตอนสองฤดูที่ผ่านมา นับว่าเป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่า ร็อดเจอร์ส เป็นกุนซือที่พร้อมบวกอยู่แล้ว ไม่มีคำว่า “กลัว” อยู่ในหัวแน่นอน ซึ่งจุดนี้นับว่าเป็นแคแรคเตอร์ที่ดีสำหรับการเป็นกุนซือ