23/09/2021

แนะนำเว็บดู movie free online หนังเต็มเรื่อง

รีวิวเว็บดูหนังใหม่ชนโรง 2020 เว็บดูหนังออนไลน์ ฟรี HD ชัด เต็มเรื่อง มาสเตอร์ พากย์ไทย ซาวด์แทร็ก ซับไทย รวมหนังมาแรง หนังซูม หนังดี หนังมันๆ ดูซีรี่ย์บนมือถือ อัพเดตทุกวัน

จอมขมังเวทย์ 2020 ภาคต่อที่คอย

จอมขมังเวทย์ ภาคแรกออกฉายในปี พุทธศักราช 2548 ผลงานการดูแลของปิยะพันธ์ ยกเพ็ชร์นำแสดงโดยฉัตรชัย ส่องแสงพานิชรวมทั้งอัครา อมาตยกุล หนังแนวแอ็คชั่น ทริลเลอร์ที่จับเอาความเลื่อมใสทางไสยศาสตร์มาผนวกรวมกับหนังแนวสืบสวนสอบสวน พูดได้ว่าเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่ยังค้างอยู่ในความทรงจำของแฟนหนังไทยหลายชิ้น

เกิดอะไรขึ้นในหนังภาคแรก

mark 1
ฤทธิ์ (ฉัตรชัย ส่องแสงพานิช) อดีตกาลนายตำรวจหน่วยพิเศษเคยจับฆาตกรที่มีความเข้าใจเก่งทางเวทมนตร์คาถา หนังเหนียวฟันแทงไม่เข้ามานับไม่ถ้วน แม้กระนั้นตัวเขาเองกลับถูกลงโทษคดีวิสามัญฆาตกรจนกระทั่งกลายเป็นผู้ต้องขังถูกขังลืมอยู่ในตารางมืดแดนคุมขังพิเศษ
10 ปีผ่านไปฤทธิ์ได้ล่องหนไปจากกรงขังแบบล่องหนได้ ทำให้พ.ท.ทศพล อดีตกาลเพื่อนพ้องนายตำรวจได้สั่งจับตายฤทธิ์ รวมทั้งมีคำสั่งมาถึงร้อยตรี สงบสุข (อัครา อมาตยกุล) ให้ตามทำคดีนี้ แต่ว่าระหว่างตามหาตัวฤทธิ์ สงบสุขกลับพบแม้กระนั้นเรื่องราวประหลาดเกี่ยวกับเรื่องของคุณไสยมนต์ดำ อาทิเช่นการปลุกเสกตะปูเข้าท้อง ฆาตกรที่หนังเหนียวหนังเหนียว แม้กระนั้นไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนสงบสุขก็ไม่กลัวรวมทั้งขมักเขม้นที่จะจับกุมตัวฤทธิ์มาให้ได้ เมื่อเขารู้ตัวว่าตนเองบางทีอาจจะจำต้องเผชิญหน้ากับจอมขมังเวทย์ผู้ครอบครองเวทมนตร์คาถา หนทางเดียวที่จะสยบเขาให้ได้คือเป็นให้ “เหนือกว่าจอมขมังเวทย์”
จนกระทั่งผู้ชมในช่วงนั้นจำคำคมจากนักแสดงของฤทธิ์ได้ว่า “แกอย่าบ้าเหมือนฉันก็แล้วกัน” ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย

เกิดอะไรบ้างที่อยู่ใน จอมขมังเวทย์ 2020

mark 2
ท่ามกลางการสูญเสียครั้งใหญ่ของวิน(หมาก ปริญ) หนุ่มผู้มีชีวิตรอดจากเรื่องราวการฆาตกรรมกลับจำต้องแปลงความเลื่อมใสรวมทั้งศรัทธาที่มีต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ โดยมุ่งหน้าเข้าสู่ศาสตร์ลึกลับรวมทั้งเวทมนตร์คาถาเวทต่างๆเพื่อแสวงหารวมทั้งจัดการคนร้ายด้วยตัวเอง แต่ว่ายิ่งเขาแสวงหาตัวคนร้ายแค่ไหน เขาก็ยิ่งถลำลึกสู่ด้านมืดมากขึ้นทุกครั้ง จนกระทั่งทำให้จำต้องเข้าไปพันพัวกับ “จอมขมังเวทในตำนาน” (นก ฉัตรชัย), “ผู้คลั่งพลังทำลายล้าง” (ก๊อต จิรายุ) รวมทั้ง “เจ้าลัทธิใหม่ที่ยุค” (นก สินจัย) ซึ่งล้วนแต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมด้วยกันทั้งปวง นี่คือการเผชิญหน้ากันครั้งสำคัญ ที่มีศรัทธาที่ตัวตนเป็นพนันรวมทั้งเวทมนตร์คาถาปาฏิหาริย์เป็นตัวชี้ชะตา กำลังปะทุถึงระดับสูงสุด

นี่คือหนังภาคต่อ! ไม่ใช่รีเมค หรือรีบูต

mark 3
สำหรับเพศผู้ดูแลต้อม-ปิยะประเภท ยกเพ็ชร์ ที่ดูแลหนังภาคแรก ได้พูดว่าจอมขมังเวทย์ 2020 ไม่ใช่หนังรีเมค ไม่ใช่หนังย้อนอดีต เป็นหนังต่อภาคอย่างแท้จริง ซึ่งเขาได้รับช่องทางสำหรับในการกลับมาปั้นเรื่องราวในโลกเวทมนตร์คาถาอีกทีโดยกลายเป็นผลึกเรื่องราวความเลื่อมใส ความเลื่อมใส รวมทั้งมุมมองด้านสังคมในแต่ละยุคที่ส่งต่อรวมทั้งเชื่อมโยงถึงกันมาใส่ไว้ในบทภาพยนตร์
ในมุมมองที่น่าสนใจของเพศผู้ดูแลที่สะท้อนออกมาว่า “ภาคต่อกับช่วงเวลา” นับว่าเป็นแนวคิดที่สำคัญไม่น้อย เพราะว่าทุกวันนี้แนวคิดหัวข้อการต่อสู้ระหว่างความดีกับความต่ำช้านั้น มุมมองของผู้คนก็เริ่มมีความแตกต่างมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวเข้ามามีหน้าที่กับความคิด ความเลื่อมใสรวมทั้งความเลื่อมใสของผู้คนก็เลยเปลี่ยนไปตามเวลา ผู้กำกับก็เลยเริ่มถามที่ว่า “ยุคนี้เขาศรัทธาอะไรรวมทั้งยุคก่อนศรัทธาอะไร” จนกระทั่งเขาได้ไอเดียที่ว่าด้วยความแตกต่างระหว่างความเลื่อมใสของคนต่างช่วงนำมาสู่หลักสำคัญอะไรได้บ้าง
“ความคิดของการเผชิญหน้ากันเรื่องความเลื่อมใสของตน บางสิ่งเรามีความรู้สึกว่ามันงี่เง่า แม้กระนั้นอันที่จริงแล้วมันอยู่ใกล้ๆรอบข้างเราหมดเลย เราห้อยพระ เราไปไหว้พระ เพื่อให้เราคิดว่าเรามีกำลัง เรามีศรัทธาในตนเองขึ้น สมัยเก่าเราไปกราบไหว้ แม้กระนั้นในตอนนี้มันหมายคือเรื่องจิตวิญญาณ เรื่องพลังจิต เรื่องพลังจักรวาลอะไรแบบนี้ อันนี้คือคอนเซปต์ที่เราเอ๋ยถึงความเลื่อมใสของคนสองยุคมาเจอะกัน เราจะเชื่ออะไรมากกว่ากัน ซึ่งมันก็จะเป็นเรื่องราวรวมทั้งขั้นตอนการของจอมขมังเวทแต่ละคนที่จะใช้ศาสตร์เวทมนตร์คาถา คาถา ไสยศาสตร์ต่างๆมาต่อสู้กันตามความเลื่อมใสรวมทั้งศรัทธาของแต่ละคนเอง” ต้อม-ปิยะประเภท ยกเพ็ชร์ กล่าว

เพราะเหตุไรจำต้องใช้ผู้แสดงเบอร์ใหญ่ขนาดนี้
“จอมขมังเวทย์ 2020” เป็นการก้าวเข้าสู่โลกเวทมนตร์คาถาครั้งใหม่รวมทั้งเผชิญหน้าครั้งยิ่งใหญ่ของ “เหล่าจอมขมังเวท” นานาประการคาแร็กเตอร์เช่นนี้ “ความขลังทางการแสดง” ก็เลยเป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญที่ผู้กำกับจำต้องจุดโฟกัสเป็นพิเศษไม่แพ้ด้านอื่นๆรวมทั้งได้เลือกเฟ้น “กลุ่มผู้แสดงขมังเวท” ซึ่งคณะทำงานตัดสินใจใช้ผู้แสดงระดับแถวหน้าของวงการเพลิดเพลินไทย ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นจอหนังใหญ่ครั้งแรกของ หมาก-ปริญ สุภารัตน์ การกลับมารับหน้าที่เดิมจากภาคที่แล้วของนก-ฉัตรชัย ส่องแสงพานิช ก๊อต-จิรายุ ตันเครือญาติ กับบทคนหนุ่มที่หลงใหลในศาสตร์มืด นก-สินจัย เปล่งพานิช กับการคืนจอใหญ่ในบทเจ้าแม่ลัทธิ! รวมไปถึงผู้แสดงเลือดใหม่อาทิเช่น คิทตี้-ชิชา อมาตยกุล รวมทั้ง แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา โดยเหตุผลสำคัญที่สุดสำหรับในการใช้ศิลปินเบอร์เต็งขนาดนี้ก็เพราะ หนังอยากฝีมือทางด้านการแสดงที่จะจำต้องเชือดเฉือนอารมณ์กัน เพราะว่าทุกนักแสดงมีความซับซ้อน น่าคลั่งไคล้รวมทั้งเป็นตัวละครที่มีความทะเยอทะยานทุกตัว
นอกจากผู้แสดงเบอร์ใหญ่แล้ว งานวิธีพิเศษรวมทั้งฉากแอ็คชั่นในหนังหัวข้อนี้จัดเต็มรวมทั้งอัดแน่นไม่แพ้กัน ซึ่งบรรดาฉากต่อสู้ปล่อยพลังทางไสยเวทย์นั้น พูดได้ว่าเป็นฉากที่ผู้ชมหนังไทยในปี 2019 จึงควรจำอย่างแน่นอน!