09/12/2021

แนะนำเว็บดู movie free online หนังเต็มเรื่อง

รีวิวเว็บดูหนังใหม่ชนโรง 2020 เว็บดูหนังออนไลน์ ฟรี HD ชัด เต็มเรื่อง มาสเตอร์ พากย์ไทย ซาวด์แทร็ก ซับไทย รวมหนังมาแรง หนังซูม หนังดี หนังมันๆ ดูซีรี่ย์บนมือถือ อัพเดตทุกวัน

ธรรมนัส พระพรหมเผ่า จัดเตรียมทำพรรคใหม่ หลังถูกปลดพ้นรัฐมนตรีพร้อมนฤมล ยิ่งสินวัฒน์

เว็บราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศให้ ร้อยเอก ธรรมนัส พระพรหมเผ่า และก็นางนฤมล ยิ่งขึ้นไปสินวัฒน์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ลงวันที่ 8 เดือนกันยายน ในเวลาที่อดีตกาล รมช.เกษตรฯ ชิงเปิดแถลงข่าวก่อนว่าได้ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วานนี้

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงแขนณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า จากที่ได้ทรงพระได้โปรดกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์อร่อย เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 9 มิ.ย. 2562 แล้ว และก็แต่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 และก็ประกาศครั้งสุดท้ายลงวันที่ 22 มี.ค. 2564 นั้น

บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า สมควรให้รัฐมนตรีบางคนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมและก็บังเกิดคุณประโยชน์แก่ราชการ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักรไทย จึงทรงพระได้โปรดกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

1. ร้อยเอก ธรรมนัส พระพรหมเผ่า รมช.เกษตรและก็สหกรณ์
2. นางนฤมล ยิ่งขึ้นไปสินวัฒน์ รมช.แรงงาน

ดังนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 8 เดือนกันยายน 2564 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นคนรับสนองพระบรมราชโองการ

tui1

ไม่กี่นาทีก่อนประกาศปลด 2 รัฐมนตรีจะถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการ ร้อยเอก ธรรมนัสได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่สภานิติบัญญัติ เมื่อเวลา 15.30 น. โดยระบุว่าส่งหนังสือถึง พล.อ. ประยุทธ์ แจ้งขอลาออกจากตำแหน่ง รมช.เกษตรและก็สหกรณ์ วันหลังหารือครอบครัว ซึ่งเดิมตั้งอกตั้งใจจะยื่นจดหมายตั้งแต่วานนี้ (8 เดือนกันยายน) แต่ข้างเลขานุการส่วนตนหลงผิด จึงพึ่งจะยื่นจดหมายไปวันนี้ (9 เดือนกันยายน)

แต่แต่กระนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯทางด้านกฎหมาย ได้เลิกปัญหาเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของ 2 รัฐมนตรี โดยระบุว่า เป็นการไล่ออกจากตำแหน่ง เพราะว่าในตัวพระบรมราชวโรงการได้มีการอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 กำหนดไว้ว่า ในหลวงบำรุงไว้ซึ่งพระราชอําทุ่งนาจสำหรับเพื่อการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี จากที่นายกรัฐมนตรีมอบให้คําแนะนํา ซึ่งวันที่มีผลบังคับจริงเป็นวันที่ระบุในพระบรมราชโองการ นั่นหมายคือ ตั้งแต่เวลา 01.00 น. ของวันที่ 8 เดือนกันยายน 2564

อย่างไรก็แล้วแต่ส่วนตัวพึ่งจะรู้ข่าวว่า ร้อยเอก ธรรมนัส แถลงข่าวว่าได้ทำใบลาออก ซึ่งก็ไม่รู้เรื่องว่าจดหมายฉบับนั้นระบุวันที่มากแค่ไหน แต่สิ่งที่เป็นทางการเป็นให้ยึดตามพระบรมราชโองการ

ธรรมนัสแจงเหตุลาออก เพราะไม่อยาก “รอรับใช้คนไหนกัน”

สำหรับเพื่อการแถลงข่าวที่สภานิติบัญญัติ ร้อยเอก ธรรมนัสกล่าวถึงเหตุผลสำหรับเพื่อการลาออกว่า ตั้งอกตั้งใจดำเนินการเพื่อชาติ ศาสนา ในหลวง และก็พ่อแม่พี่น้องประชาชน โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก แต่ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งมา บรรยากาศการบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังเอาไว้ จึงต้องการกลับไปอยู่จุดเดิม นั่นเป็นการเป็น ส.ส.

“ผมอยากได้กระทำการเมืองให้มันแข็งแกร่ง เพื่อประเทศชาติ บ้านเมืองจริงๆไม่ใช่มารองรับ หรือทำอะไรเพื่อคนบางกลุ่ม” ร้อยเอก ธรรมนัสกล่าวและก็ว่า จริงๆคิดมายาวนานหลายเดือนแล้ว สิ่งที่ให้ความเอาใจใส่สูงที่สุดเป็นสายตาพสกนิกร ไม่ใช่รอรับใช้คนไหนกัน

เขายังฝากถึงพสกนิกรทุกจังหวัดว่า “วันนี้ผมตกลงใจแล้วว่าผมจะเลือกทางเดิน ทางการบ้านการเมืองใหม่ โดยยึดหลักผลประโยชน์ของประเทศชาติและก็พ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ผมจะไปต่อสู้ในเวทีการเมืองอย่างมาก” พร้อมเอ่ยขออภัยพสกนิกรที่ไม่สามารถที่จะกระทำตามที่สัญญาไว้ได้ หลังจากนี้จะกลับไปขึ้นต้นที่ จ.พะเยา และก็จังหวัดอื่นๆแม้กลับมามีอำนาจอีกทีหนึ่ง มีบุญบารมีอีกที ตั้งอกตั้งใจว่าจะดำเนินการเพื่อชาติ
ผู้รายงานข่าวถามคำถามว่า เหตุผลส่วนหนึ่งส่วนใดที่ทำให้ลาออก เป็นเพราะดำเนินการกับนายกรัฐมนตรีไม่ได้แล้วหรือไม่ ร้อยเอก ธรรมนัสกล่าวยอมรับว่า “อาจเดินไปในทำนองเดียวกันไม่ได้”
ร้อยเอก ธรรมนัส พระพรหมเผ่า จับมือทัก พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา หนึ่งใน “พี่น้อง 3 เปรียญ” นายกฯ พูดว่ารักกันเสมือนพี่น้องท้องเดียวกัน ก่อนการประชุม คณะรัฐมนตรี ตอนวันที่ 7 เดือนกันยายน แต่ พล.อ. อนุพงษ์ไม่ได้คุยกับเขา

tui2
นักการเมืองผู้แปลงเป็นอดีตกาลรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ได้ปรึกษาหารือและขอคำแนะนำกับ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และก็หัวหน้าพรรคพลังประชาชนรัฐ (พปชราชการ) ตั้งแต่ก่อนลงมติสำหรับเพื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่าจะลาออกเมื่อวันที่ 6 เดือนกันยายน แต่หัวหน้าพรรคห้ามไว้ ในที่สุดจำต้องขัดคำสั่งหัวหน้า เพราะไตร่ตรองดูแล้วว่าทางเดินชีวิตของตัวเองทำเพื่อพสกนิกร มันจำต้องเดินไปอีกไกล เพราะฉะนั้นตกลงใจเด็ดขาดด้วยตนเอง

เมื่อถามย้ำว่า แปลว่าข้างหลังคุยและก็ขออภัยนายกรัฐมนตรี แล้ว แปลว่าปัญหาไม่จบใช่หรือเปล่า ร้อยเอก ธรรมนัสตอบว่าไม่จบ และก็รู้สึกหนักใจ จำต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ปฏิบัติไป หมายความว่าเมื่อกล่าวด้วยเหตุด้วยผลแล้ว มันไม่กำเนิดคุณประโยชน์ กรรมวิธีการดีเยี่ยมที่สุดก็คือจำต้องตกลงใจด้วยตัวเอง

ส่วนความสัมพันธ์กับพี่น้อง 3 เปรียญ มี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และก็ พล.อ. ประยุทธ์ นั้น นักการเมืองรายนี้เลือกที่จะเอ๋ยถึงเพียงแค่ความสัมพันธ์กับหัวหน้าพรรคว่ายังรักนับถือดังเดิม แต่ไม่เอ่ยถึงอีก 2 เปรียญ โดยบอกเพียงว่า “ไม่ถึงกับแตกหัก แต่ผมเลือกทางเดินแล้ว”
ยังไม่ลาออกเลขาธิการ พปชราชการ แต่ประกาศไม่ไปเหยียบที่ทำงานพรรค
นอกเหนือจากสถานะในฝ่ายบริหารของประเทศ ร้อยเอก ธรรมนัส ยังมีหน้าที่ในพรรคแกนนำรัฐบาลในฐานะเลขาธิการ พปชราชการ ทำให้เขาถูกโยนคำถามใส่ว่าจะยังดำเนินการกับ พปชราชการ ต่อไปหรือไม่ เกี่ยวกับประเด็นนี้ เขากล่าวว่าเป็นเรื่องที่จำต้องพิจารณากันต่อไป

“ผมบางครั้งอาจจะไปอยู่บ้านข้างหลังใหม่ที่มันแฮปปี้ ผมย้ายจากบ้านข้างหลังเก่ามา บ้านข้างหลังเดิม ผมก็แฮปปี้อยู่แล้ว บ้านข้างหลังเดิมเป็นบ้านที่พะเยาแฮปปี้ดีอยู่แล้ว ส่วนบ้านข้างหลังใหม่ บางครั้งอาจจะไปก่อสร้างบ้านใหม่” ร้อยเอก ธรรมนัสกล่าว

ร้อยเอก ธรรมนัสไม่ได้ตอบคำถามแจ่มชัดว่าจะกลับไปบ้านข้างหลังเดิม หรือก่อสร้างบ้านข้างหลังใหม่ อันหมายคือวิธีการทำพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา
ร้อยเอก ธรรมนัส เมีย และก็นางนฤมล มักออกเดินสายทำบุญสุนทานร่วมกันในช่วงวันหยุดราชการ

สำหรับ “บ้านข้างหลังเดิม” ที่ถูกเอ๋ยถึง บีบีซีไทยเข้าใจว่าเป็นการเปรียบเทียบจุดมุ่งหมายถึงพรรคเพื่อไทย เพราะว่าเป็นพรรคการเมืองในที่สุดที่ ร้อยเอก ธรรมนัสเคยขึ้นอยู่กับและก็สมัครรับเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ก่อนที่การเลือกตั้งตอนนั้นจะแปลงเป็นโมฆะ และก็มีการรัฐประหารในเวลาต่อมา จนกระทั่งก่อนการเลือกตั้งปี 2562 ร้อยเอก ธรรมนัสจึงยกภาควิชาเข้ามาลงเล่นการเมืองในนาม พปชราชการ

แต่เมื่อผู้รายงานข่าวถามคำถามว่าการตัดสินใจไปอยู่บ้านอื่น มีพรรคเพื่อไทยอยู่ในตัวเลือกด้วยหรือไม่ ร้อยเอก ธรรมนัสตอบว่ามีพรรคมาจีบเยอะแยะ และไม่เกี่ยวกับที่มีกระแสข่าวว่ามีการคุยกันที่ผ่านมา บางครั้งอาจจะเป็น “พรรคพะเยา” หรือ “พรรคพลังพะเยา” หรือ “อีสานล้านนา” ก็ได้ ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างจัดแจงไว้หมดแล้ว เร็วๆนี้จะได้มองเห็นใบหน้าแน่
เขายังประกาศด้วยว่าจะไม่ไปเหยียบที่ทำงาน พปชราชการ อีก “เกลียดชัง ไม่ได้อยากฝืนใจตัวเอง” แต่แต่กระนั้นก็ยังเป็นเลขาธิการพรรค ยังไม่ได้ลาออก
เมื่อถูกถามอีกว่า แบบงี้การเลือกตั้งหนต่อไปพรรค พปชราชการ จะไม่แตกเลยหรือ ร้อยเอก ธรรมนัสกล่าวว่า ก็ไม่แน่ เพราะจิตใจตนไปแล้ว กล่าวแล้วอันธพาลเพียงพอ ทำอะไรแล้วจำต้องรับผิดชอบ อยู่ที่แหน่งใดก็ได้ ขอให้จิตใจมันอยู่ ถ้าจิตใจมันไม่อยู่ คนไหนกันจะมาบังคับตนก็ไม่ได้

tui3
การลาออกมาจากตำแหน่งรัฐมนตรีของ ร้อยเอก ธรรมนัส เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ข้างหลังเสร็จสิ้นการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และก็รัฐมนตรีอีก 5 คน ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในช่วงเวลาดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ได้กำเนิดปรากฏการเคลื่อนที่ใต้ดินจากบางกลุ่มด้านใน พปชราชการ กดดันให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (คณะรัฐมนตรี) ข้างหลังเสร็จสิ้นศึกซักฟอก และก็อาจไปไกลถึงกับขนาด “สลับตัวนายกรัฐมนตรี” ร้อนถึงผู้นำรัฐบาลจำต้องออกมาปฏิเสธข่าวนับเป็นเวลาหลายวันต่อเนื่องกัน ในเวลาที่ร้อยเอก ธรรมนัสตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนที่ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่เขาก็ออกมาระบุว่ามีคนภายในพรรคฝ่ายรัฐบาลเป็น “คนเต้าข่าว” ประเด็นนี้ขึ้นมา
พล.อ. ประยุทธ์ยังไม่คิดปรับ คณะรัฐมนตรี เพิ่มเติมคนแทน 2 รัฐมนตรี
ความเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมืองที่เกิดขึ้นกับรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ทำให้ พล.อ. ประยุทธ์ถึงกับถอนหายใจก่อนตอบเรื่องสอบถามของสื่อมวลชนช่วงเวลา 16.20 น.
นายกรัฐมนตรี ถูกถามหัวข้อการลาออกของ รมช.เกษตรฯ ในระหว่างตรวจเยี่ยม โรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยห้องดูแลผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาล ที่ โรงพยาบาลปิยะเวท

พล.อ. ประยุทธ์กล่าวเพียงว่า ได้ข่าวเมื่อกี้ว่าลาออก เขาก็เคยกล่าวอยู่แล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ต้องเป็นรัฐมนตรีก็ได้ เป็น ส.ส. ก็สามารถช่วยพสกนิกรได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาก็ช่วยงานกันมาโดยตลอด ประเดี๋ยวอาจคือเรื่องของพรรคที่จะไปพบรือกันว่าจะทำอย่างไร แต่ยืนยันว่างานทุกงานไม่มีสกัด มีคนทำงานให้อยู่แล้ว

tui4
ผู้รายงานข่าวถามคำถามว่าเป็นการลาออกหรือถูกปรับออก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ก็เขาลาออก” เมื่อถามย้ำว่า แต่เนื้อความในราชกิจจานุเบกษาระบุว่า นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลว่า “สมควรให้รัฐมนตรีบางคนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมและก็บังเกิดคุณประโยชน์แก่ราชการ” พล.อ. ประยุทธ์หลบหลีกที่จะตอบคำถามนี้ โดยบอกเพียงว่า “เอาล่ะ อย่างไรเขาก็ไม่อยู่แล้ว จะมายังยังไง จะไปอย่างไร ผมไม่ตอบ” พร้อมย้ำว่า “ไม่ได้แจ้งคนไหนกันทั้งปวง มันอยู่ที่ผม ผมทำของผม” และก็ “เหตุผลของผมก็คือเหตุผลของผม”

พล.อ. ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการปรับ คณะรัฐมนตรี ด้วยว่า ขอดูก่อน แต่ในตอนนี้ยังไม่ปรับคนไหนกัน ถึงจะมีคนลาออก ก็ยังไม่ปรับเข้า ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นผลมากระแส “ล้มนายกรัฐมนตรี” ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่นั้น พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า “ทั้งผองมาจากเธอ (สื่อมวลชน)”