16/06/2021

แนะนำเว็บดู movie free online หนังเต็มเรื่อง

รีวิวเว็บดูหนังใหม่ชนโรง 2020 เว็บดูหนังออนไลน์ ฟรี HD ชัด เต็มเรื่อง มาสเตอร์ พากย์ไทย ซาวด์แทร็ก ซับไทย รวมหนังมาแรง หนังซูม หนังดี หนังมันๆ ดูซีรี่ย์บนมือถือ อัพเดตทุกวัน

ลูกบิด ประสบการณ์คืนหนาวเหน็บ เกี่ยวอะไรกับ ย้ายประเทศกันเถอะ

ย้ายประเทศกันเถอะ ยังเป็นกระแสร้อนในโลกโซเชียล นอกจากถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหลายแง่มุม ล่าสุดยังเป็นที่มาของดราม่าเรื่องใหม่ “ลูกบิด”

วันที่ 4 พ.ค. 2564 ตลอดคืนที่ผ่านมาสม่ำเสมอถึงวันนี้ ชาวโซเชียลน่าจะเลื่อนฟีดแล้วพบมุกเกี่ยวกับ “ลูกบิด” มาบ้าง ตอนแรกผู้คนจำนวนมากอาจคิดว่าเป็นมุกส่วนตัวหรือมุกเฉพาะกรุ๊ปของสหายๆในเฟซบุ๊ก แต่เชื่อหรือเปล่าว่าดราม่านี้เป็นความสม่ำเสมอจากกระแส กรุ๊ปเฟซบุ๊ก “ย้ายประเทศกันเถิด” ซึ่งในเวลา 13.55 น. วันนี้ จำนวนสมาชิกพุ่งไปถึง 6.7 แสนคน แล้ว
ด้วยความแรงของ “ย้ายประเทศกันเถิด” ทำให้มีผู้คนจำนวนมากออกมาตำหนิติเตียนผู้ใหญ่ที่มีอำนาจว่าอย่ามองข้ามหัวข้อนี้ ไม่ว่าจะเป็น “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีตกาลกรรมการการลงคะแนนเสียง (กกต.) ที่มองว่า ถ้าสมาชิกในกลุ่มนี้ เพียง 1% หรือ 10% ได้ย้ายไปยังประเทศต่างๆจริงๆถือว่าน่าห่วง เพราะผู้ที่จะไปได้ควรจะเป็นระดับครีมของครีม เป็นผู้ที่มีความสามารถจริงที่เป็นประเทศนั้นเห็นด้วย
ด้าน “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” แกนนำแนวร่วมระบบประชาธิปไตยต้านทานเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) วิเคราะห์ว่า คนวัยหนุ่มสาวรับมิได้และไม่เห็นวี่แววการเปลี่ยนแปลง ก็อาจจะต้องการย้ายเพราะประเทศส่วนใหญ่ไม่เป็นอย่างงี้ แต่ถึงที่สุดพวกเขาจะเข้าใจตรงกันว่าไม่ใช่ง่าย แล้วก็ความรู้สึกนี้จะกลายเป็นพลังหันมาสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้มีอนาคตเพื่อคนทุกฝ่าย มีพื้นที่ให้คนทุกกรุ๊ป มีความเสมอภาคให้คนทุกคน
แต่ข้อคิดเห็นที่ถูกเอ๋ยถึงเยอะที่สุด กลับมาจากฝั่งที่มีแนวคิดทางการเมืองตรงข้ามกับสมาชิกส่วนใหญ่ในกรุ๊ป “ย้ายประเทศกันเถิด” โน่นเป็น ผศ.ดร.อานนท์ ศักดาวรพีชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ซึ่งโพสต์เล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เกือบ 6 ปี ตอนเรียนปริญญาเอก โดยเห็นด้วยว่าช่วงแรกมีความคิดจะไม่กลับเมืองไทย จะอยู่สหรัฐอเมริกา ต่อ
เมื่ออยู่สหรัฐอเมริกา ได้ครู่หนึ่ง ก็เลยรู้ดีว่าตนเองเป็นเพียงแค่ “พลเมืองชั้นสอง” พบความลำเอียงหรือการไม่ชอบเดียดฉันท์ (prejudice) หลายสิ่งหลายอย่าง เลยทราบว่าอยู่ที่ไหนก็ไม่มีความสุขเหมือนเมืองไทย
แต่เรื่องราวที่ทำให้อาจารย์คนดังไม่ต้องการที่จะอยู่ต่างถิ่นต่อ เป็นเรื่องราวฝังใจในวันที่อากาศหนาวมากมาย…
“วันหนึ่งอากาศหนาวมากมาย ผมจะเข้าบ้านเช้า เลยถอดถุงมือเพื่อจับกุญแจไขลูกบิดได้ถนัด เอามือเปล่าจับประตูแล้ว เนื่องจากหนาวเย็นจัดมากมาย มือเปล่าๆเลยกำเนิดน้ำแข็งติดตามกับลูกบิดประตู ผมจำต้องก้มเอาลมปากร้อนๆเป่ามือจนถึงเอามือออกจากลูกบิด…” ผศ.ดร.อานนท์ เล่า

pp2
จุดพลิกผันนี้เองที่ทำให้ ผศ.ดร.อานนท์ กำเนิดปริศนาในใจว่า จะอยู่ทรมาทรกรรมเป็นพลเมืองชั้นสามชั้นสี่ ในที่ที่ไม่ใช่ถิ่นกำเนิดเพราะเหตุใด? วินาทีนั้นก็เลยตัดสินใจว่าจำต้องกลับมารับใช้ชาติประเทศชาติ
“ชาติบ้านเมืองของพวกเรา บางครั้งอาจจะวุ่นวายไปบ้าง มีความแตกคอ มีคนเลว มีนักการเมืองเลวทราม มีสามัญชนเลวทรามแล้วก็เห็นแก่ตัว มีต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการค้าภายในประเทศ มีการแกล้งรังแกกัน แต่ถ้าพวกเราถือมั่นสำหรับในการทำความดีเพื่อชาติบ้านเมือง ผมเชื่อมั่นว่าแล้วความดีงามจะป้องกันพวกเรา อยู่ที่ไหน ทำเพื่อคนใดกันก็ไม่พอๆกับทำให้แผ่นดินกำเนิด”
ก่อนจบท้ายการโพสต์เล่าประสบการณ์ไม่ดีกับลูกบิดว่า ฝากให้คนเกลียดชาติที่คิดจะไปอยู่ประเทศชาติอื่น ชาติอื่น แล้วสักวันคุณจะเข้าดวงใจ ตกลงว่า ขอให้พรให้พวกที่ต้องการไป ได้ไป ได้เจอกับเรื่องจริง ขอให้รีบๆไปเลยขอรับ ขอให้พรให้โชคดี ได้รู้เรื่องชีวิตจริงๆมิได้เหนี่ยวรั้ง มิได้ไล่ ให้พรให้จงรีบไปให้เร็วสมปรารถนามุ่งหมายจงทุกสิ่งทุกอย่าง
ในที่สุดเรื่องเล่าของ ผศ.ดร.อานนท์ ได้กลายเป็นไวรัลในโซเชียล เพียง 24 ชั่วโมงหลังโพสต์ มีคนกดแชร์กว่า 1 หมื่นครั้ง แสดงอารมณ์กว่า 3.1 หมื่นครั้ง แล้วก็แสดงความเห็นมากกว่า 3.3 พันครั้ง
สำหรับคนที่เห็นด้วยต่างสรรเสริญที่ ผศ.ดร.อานนท์ นำวิชาความรู้กลับมารับใช้ชาติ อีกทั้งเป็นอย่างยิ่งดวงใจให้สำหรับการต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศชาติ แต่ฝั่งที่ไม่เห็นด้วยกระหน่ำ ผศ.ดร.อานนท์ ว่า เป็นคนการศึกษาสูง เหตุไรก็เลยไม่ทราบว่าควรใส่ถุงมือจับลูกบิดตอนอากาศหนาว ในเวลาที่อีกผู้คนจำนวนมากล้อเลียนว่า ถ้าไม่ใช่เพราะลูกบิด อาจจะไม่กลับมารับใช้ชาติ แล้วก็ถัดมา ผศ.ดร.อานนท์ ได้จำกัดผู้ที่สามารถแสดงความเห็นต่อโพสต์นี้ แล้ว
ล่าสุด ผศ.ดร.อานนท์ โพสต์ถึงหัวข้อนี้อีกครั้ง โดยแจกแจงว่า ตอนจะเข้าบ้าน ไขกุญแจมิได้ เพราะอุณหภูมิติดลบ 20 องศาเซลเซียส เลยถอดถุงมือออก แล้วไขกุญแจลูกบิด แล้วลืมใส่ถุงมือก่อนจับลูกบิดประตู เลยทำให้มือติดลูกบิดประตู คือเรื่องธรรดา คนเราเผลอลืมกันได้
ยิ่งกว่านั้นยังพูดถึงชายคนหนึ่งว่า เถียงกับคนภายในครอบครัว พอเขาปิดล็อกลูกบิดประตู กลับเอาขวานจามลูกบิดแล้วก็ประตูบ้านตนเองจนถึงเละพังทลายยับ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่มีวุฒิภาวะ มีแต่อารมณ์ ที่สำคัญทำลายอาคารบ้านเรือนแล้วก็ประเทศชาติของตนเอง
อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.อานนท์ มิได้บอกว่ากล่าวพูดถึงคนใดกัน