14/09/2021

แนะนำเว็บดู movie free online หนังเต็มเรื่อง

รีวิวเว็บดูหนังใหม่ชนโรง 2020 เว็บดูหนังออนไลน์ ฟรี HD ชัด เต็มเรื่อง มาสเตอร์ พากย์ไทย ซาวด์แทร็ก ซับไทย รวมหนังมาแรง หนังซูม หนังดี หนังมันๆ ดูซีรี่ย์บนมือถือ อัพเดตทุกวัน

‘วันงดเว้นดูดบุหรี่โลก’ 31 พฤษภาคม เผยสมัยโควิดชาวไทยสูบลดน้อยลง 49.12%

“วันงดสูบบุหรี่โลก” ตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี ชักชวนเช็คสถิติต่างๆเกี่ยวกับสถานการณ์การสูบ “บุหรี่” ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ พบว่าแรงงานไทยบริโภคยาสูบน้อยลง 49.12%

เนื่องใน “วันงดสูบบุหรี่โลก” ที่ตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี ชักชวนคนไทยมารู้จักสถิติต่างๆเกี่ยวกับสถานการณ์ “บุหรี่” ไม่ว่าจะเป็นปริมาณนักสูบ ปริมาณการบริโภคยาสูบในประเทศไทย รวมทั้งปัจจุบัน.. จะพาไปดูผลของการสำรวจการสูบบุหรี่กรุ๊ปแรงงานในช่วงโควิด-19 ระบาด กรุงเทวดาธุรกิจออนไลน์ รวบรวมข้อมูลมาให้รู้กัน ดังนี้

1. คนไทยสูบบุหรี่น้อยลง ช่วง “โควิด-19” ระบาด ปี 2564
มีข้อมูลอัพเดทจากศูนย์วิจัยรวมทั้งจัดแจงวิชาความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) เผยออกมาว่า ศจย. ร่วมกับ “สวนดุสิตโพล” ได้ทำตรวจสอบเรื่อง “พฤติกรรมด้านการบริโภคยาสูบของกลุ่มผู้ใช้แรงงานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19” ในจังหวัดกรุงเทพ รวมทั้งบริเวณรอบๆ เมื่อม.ย. พ.ศ.2564
โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็น ผู้ใช้แรงงานนอกระบบ/ในระบบ ปริมาณ 1,120 แบบอย่าง (ดังเช่น มอเตอร์ไซด์รับจ้าง แท็กซี่ งานบ้านงานเรือน เกษตร ประมง โรงงานอุตสาหกรรม รีสอร์ท ห้างร้าน)

ผลจากการสำรวจพฤติกรรมด้านการบริโภคยาสูบในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ พบว่า

• ผู้ใช้แรงงานที่บริโภคยาสูบในปริมาณน้อยลง เหตุเพราะรายได้น้อยลงเยอะที่สุด จำนวนร้อยละ 49.12

• รองลงมาเป็น ลดบุหรี่เพราะเหตุว่ามีค่าใช้จ่ายมากขึ้น จำนวนร้อยละ 29.57

• อันดับสามเป็นลดบุหรี่เพื่อต้องการดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย จำนวนร้อยละ 16.29 ตามลำดับ
โดยความถี่ในการบริโภคยาสูบ พบว่า กลุ่มผู้ใช้แรงงานบริโภคยาสูบเยอะที่สุด 6-10 มวนต่อวัน, รองลงมาอันดับสอง คือ 11-15 มวนต่อวัน ส่วนอันดับสาม คือ 1-5 มวนต่อวัน
ด้าน “ขั้นตอนการเลิกบริโภคยาสูบ” ที่กลุ่มผู้ใช้แรงงานได้คิดแผนไว้ ผลของการสำรวจพบว่า จำนวนมากใช้วิธีลดปริมาณมวนบุหรี่ลง เยอะที่สุด จำนวนร้อยละ 57.63 รองลงมาเป็นหยุดสูบในทันที (หักดิบ) จำนวนร้อยละ 34.41 รวมทั้งรับคำชี้แนะเพื่อเลิกบุหรี่ จำนวนร้อยละ 3.39

2. สถิติการบริโภคยาสูบของคนไทย ปี 2563
สภาพัฒน์ฯ รายงานสถานการณ์ดื่มสุรารวมทั้งสูบบุหรี่ เมื่อช่วงไตรมาส 3 ในปี 2563 กล่าวว่า คนไทยบริโภคสุรารวมทั้งยาสูบน้อยลง 5.5% โดยสุราน้อยลง 7.5% ยาสูบน้อยลง 2.5%
ด้านคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ รวมทั้งเลขาการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เผยออกมาว่า ยาสูบรวมทั้งสุราเป็นต้นเหตุของ “ภาระโรค” สร้างความสูญเสียทางสุขภาพจากการเจ็บป่วยรวมทั้งเสียชีวิตของคนไทยถึง 15.13% หรือเกือบจะ 1 ใน 6 ของภาระโรคทั้งปวงในปี 2557
นอกเหนือจากนั้นยังมีผลลบต่อร่างกาย เศรษฐกิจ รวมทั้งสังคม อีกทั้งระดับครัวเรือน ชุมชน รวมทั้งประเทศ เป็นปัญหาในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยืนนานขององค์การสหประชาชาติ (อ่านเพิ่ม : สภาพัฒน์ฯ เปิดเผยไตรมาส 3/63 คนไทยกินเหล้า สูบบุหรี่น้อยลง)

3. สถิติปริมาณนักสูบ พบว่าน้อยลงแม้กระนั้นไม่มากมาย
ด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติ มีรายงานความประพฤติการสูบบุหรี่รวมทั้งการดื่มสุราของราษฎร พ.ศ. 2560 (ข้อมูลปัจจุบันมีถึงปี 2560 แค่นั้น) โดยกล่าวว่าราษฎรไทยที่มีอายุ 15 ปี มีทั้งปวง 55.9 ล้านคน เป็นคนที่สูบบุหรี่หน้าใหม่ 10.7 ล้านคน (จำนวนร้อยละ 19.1) แยกเป็น
• คนที่สูบเป็นประจำ 9.4 ล้านคน (จำนวนร้อยละ 16.8)
• คนที่สูบนานๆครั้ง 1.3 ล้านคน (จำนวนร้อยละ 2.3)
– ราษฎรกรุ๊ปเยาวชนอายุ 16-19 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่ต่ำสุด จำนวนร้อยละ 9.7
– ราษฎรอายุ 20-24 ปี อัตราการสูบบุหรี่ จำนวนร้อยละ 20.7
– ราษฎรอายุ 25-44 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่สูงสุด จำนวนร้อยละ 21.9
– ราษฎรอายุ 45-59 ปี อัตราการสูบบุหรี่ จำนวนร้อยละ 19.1
– ราษฎรกรุ๊ปคนชรา (อายุ 60 ปีขึ้นไป) อัตราการสูบบุหรี่ จำนวนร้อยละ 14.4
แนวโน้มการสูบบุหรี่ในราษฎรอายุ 15 ปีขึ้นไป น้อยลงไม่มากมาย แม้กระนั้นน้อยลงโดยตลอด จากจำนวนร้อยละ 20.7 ในปี 2557 เป็นจำนวนร้อยละ 19.9 ในปี 2558 รวมทั้งจำนวนร้อยละ 19.1 ในปี 2560
เพศชายที่สูบบุหรี่น้อยลงมากกว่าผู้หญิง โดยเพศชายน้อยลง จำนวนร้อยละ 40.5 ในปี 2557 เป็นจำนวนร้อยละ 39.3 ในปี 2558 รวมทั้งจำนวนร้อยละ 37.7 ในปี 2560 สำหรับผู้หญิงน้อยลงจากจำนวนร้อยละ 2.2 ในปี 2557 เป็นจำนวนร้อยละ 1.8 ในปี 2558 รวมทั้งจำนวนร้อยละ 1.7 ในปี 2560
ทั้งยัง มีข้อมูลจากภาควิชาแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ทำรายงานตรวจสอบมูลเหตุการเสียชีวิตจากบุหรี่ในปี 2560 ก่อนหน้านี้ พบว่า คนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ 72,656 ราย ก่อให้เกิดค่าสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ ดังเช่น ค่าพยาบาลปีละ 77,626 ล้านบาท ค่าขาดรายได้จากการเจ็บป่วย 11,762 ล้านบาท ค่าความสูญเสียจากการเสียชีวิตก่อนวัยฯ 131,073 ล้าน รวมทั้งหมดปีละ 220,461 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 20,565 บาท ต่อผู้สูบบุหรี่ 1 คนต่อปี

buri1

4. “วันงดสูบบุหรี่โลก” 2564 รณรงค์ เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้
กระทรวงสาธารณสุข ชักชวนสามัญชนร่วมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2564 “เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้” เพื่อสนับสนุนให้เลิกสูบผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกจำพวก ลดการเสี่ยงการได้รับเชื้อ ลดแพร่ไปเชื้อโควิด-19
องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เป็น “วันงดสูบบุหรี่โลก” รวมทั้งปีนี้ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ว่า “COMMIT TO QUIT” เพื่อ 180 ประเทศสมาชิกส่งเสริมเชิงแนวทาง รวมทั้งดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักถึงอันตรายรวมทั้งอันตรายของบุหรี่ทุกจำพวก สนับสนุนให้ผู้สูบบุหรี่ทั่วทั้งโลกเลิกบุหรี่ให้ได้ 100 ล้านคน
สำหรับประเทศไทย ได้กำหนดประเด็นเน้นย้ำสื่อสารไปยังสามัญชน ภายใต้คำขวัญ “เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้” เหตุเพราะในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 พบว่า ความประพฤติการ “สูบบุหรี่” นับว่าเป็นความประพฤติเสี่ยง เพิ่มช่องทางรับเชื้อหรือแพร่ไปเชื้อโควิดได้ มีรายงานพบคนเจ็บที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 มีประวัติการสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า จำนวนมากมักมีสุขภาพปอดไม่แข็งแรง ทำให้มีอาการรุนแรง รวมทั้งเสี่ยงถึงกับตายได้

กระทรวงสาธารณสุข ขอชักชวนผู้สูบบุหรี่หันมาเลิกบุหรี่ ซึ่งทาง สธ. ได้จัดโครงงานระบบบริการเลิกบุหรี่แบบครบวงจร ช่วยคนที่ต้องการเลิกบุหรี่เข้าถึงบริการรวมทั้งรับคำขอคำแนะนำ โทรฟรีสายด่วนเลิกบุหรี่ทางโทรคำศัพท์แห่งชาติ โทร.1600
———————–
อ้างอิง :
ศูนย์วิจัยรวมทั้งจัดแจงวิชาความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ
สำนักงานสถิติแห่งชาติ1
สำนักงานสถิติแห่งชาติ2
กระทรวงสาธารณสุข