27/09/2021

แนะนำเว็บดู movie free online หนังเต็มเรื่อง

รีวิวเว็บดูหนังใหม่ชนโรง 2020 เว็บดูหนังออนไลน์ ฟรี HD ชัด เต็มเรื่อง มาสเตอร์ พากย์ไทย ซาวด์แทร็ก ซับไทย รวมหนังมาแรง หนังซูม หนังดี หนังมันๆ ดูซีรี่ย์บนมือถือ อัพเดตทุกวัน

‘วันงดเว้นดูดบุหรี่โลก’ 31 พฤษภาคม เผยสมัยวัววิดคนประเทศไทยดูดน้อยลง 49.12%

“วันงดเว้นสูบบุหรี่โลก” ตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เชื้อเชิญเช็คสถิติต่างๆเกี่ยวกับสถานการณ์การสูบ “บุหรี่” ในประเทศไทย โดยเฉพาะในตอนการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ พบว่าแรงงานไทยบริโภคยาสูบลดน้อยลง 49.12%

เนื่องใน “วันงดเว้นสูบบุหรี่โลก” ที่ตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เชื้อเชิญชาวไทยมารู้จักสถิติต่างๆเกี่ยวกับสถานการณ์ “บุหรี่” ไม่ว่าจะเป็นจำนวนนักดูด จำนวนการบริโภคยาสูบในประเทศไทย และก็ล่าสุด.. จะพาไปดูผลของการสำรวจการสูบบุหรี่กรุ๊ปแรงงานในตอนโควิด-19 ระบาด กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ สะสมข้อมูลมาให้ทราบกัน ดังต่อไปนี้

1. ชาวไทยสูบบุหรี่ลดน้อยลง ตอน “โควิด-19” ระบาด ปี 2564
มีข้อมูลอัพเดทจากศูนย์วิจัยและก็จัดแจงวิชาความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) เปิดเผยว่า ศจย. ร่วมกับ “สวนดุสิตโพล” ได้กระทำการสำรวจเรื่อง “พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคยาสูบของกลุ่มผู้ใช้แรงงานในตอนสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19” ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร และก็บริเวณรอบๆ เมื่อเดือนเมษายน พุทธศักราช2564
โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็น ผู้ใช้แรงงานนอกระบบ/ในระบบ จำนวน 1,120 ตัวอย่าง (เช่น มอเตอร์ไซด์รับจ้าง แท็กซี่ งานบ้านงานเรือน เกษตร ประมง โรงงานอุตสาหกรรม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ร้านค้า)

ผลสำรวจพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคยาสูบในตอนสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ พบว่า

• ผู้ใช้แรงงานที่บริโภคยาสูบในจำนวนลดน้อยลง เนื่องจากรายได้ลดน้อยลงสูงที่สุด จำนวนร้อยละ 49.12

• รองลงมาเป็น ลดบุหรี่เพราะว่ามีค่าใช้จ่ายมากขึ้น จำนวนร้อยละ 29.57

• ชั้นสามเป็นลดบุหรี่เพื่อต้องการดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย จำนวนร้อยละ 16.29 ตามลำดับ
โดยความถี่สำหรับการบริโภคยาสูบ พบว่า กลุ่มผู้ใช้แรงงานบริโภคยาสูบสูงที่สุด 6-10 มวนต่อวัน, รองลงมาชั้นสอง คือ 11-15 มวนต่อวัน ส่วนชั้นสาม คือ 1-5 มวนต่อวัน
ด้าน “กรรมวิธีการเลิกบริโภคยาสูบ” ที่กลุ่มผู้ใช้แรงงานได้วางแผนไว้ ผลของการสำรวจพบว่า จำนวนมากใช้แนวทางลดจำนวนมวนบุหรี่ลง สูงที่สุด จำนวนร้อยละ 57.63 รองลงมาเป็นหยุดดูดโดยทันที (หักดิบ) จำนวนร้อยละ 34.41 และก็รับคำชี้แนะเพื่อเลิกบุหรี่ จำนวนร้อยละ 3.39

2. สถิติการบริโภคยาสูบของชาวไทย ปี 2563
สภาพัฒน์ฯ รายงานสถานการณ์ดื่มสุราและก็สูบบุหรี่ เมื่อตอนไตรมาส 3 ในปี 2563 ระบุว่า ชาวไทยบริโภคสุราและก็ยาสูบลดน้อยลง 5.5% โดยสุราลดน้อยลง 7.5% ยาสูบลดน้อยลง 2.5%
ด้านคณะกรรมการควบคุมสินค้ายาสูบแห่งชาติ และก็เลขาการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยว่า ยาสูบและก็สุราเป็นสาเหตุของ “ภาระหน้าที่โรค” สร้างการสิ้นไปทางสุขภาพจากการเจ็บป่วยและก็เสียชีวิตของชาวไทยถึง 15.13% หรือแทบ 1 ใน 6 ของภาระหน้าที่โรคทั้งหมดในปี 2557
นอกเหนือจากนี้ยังส่งผลลบต่อร่างกาย เศรษฐกิจ และก็สังคม อีกทั้งระดับครอบครัว ชุมชน และก็ประเทศ เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (อ่านเพิ่ม : สภาพัฒน์ฯ เปิดเผยไตรมาส 3/63 ชาวไทยดื่มเหล้า สูบบุหรี่ลดน้อยลง)

3. สถิติจำนวนนักดูด พบว่าลดน้อยลงแม้กระนั้นไม่มาก
ด้านสสช. มีรายงานการกระทำการสูบบุหรี่และก็การดื่มสุราของราษฎร พุทธศักราช 2560 (ข้อมูลล่าสุดมีถึงปี 2560 เท่านั้น) โดยระบุว่าราษฎรไทยที่แก่ 15 ปี มีทั้งหมด 55.9 ล้านคน เป็นคนที่สูบบุหรี่คนใหม่ 10.7 ล้านคน (จำนวนร้อยละ 19.1) แยกเป็น
• คนที่ดูดเสมอๆ 9.4 ล้านคน (จำนวนร้อยละ 16.8)
• คนที่ดูดนานๆครั้ง 1.3 ล้านคน (จำนวนร้อยละ 2.3)
– ราษฎรกรุ๊ปเยาวชนอายุ 16-19 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่ต่ำสุด จำนวนร้อยละ 9.7
– ราษฎรอายุ 20-24 ปี อัตราการสูบบุหรี่ จำนวนร้อยละ 20.7
– ราษฎรอายุ 25-44 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่สูงสุด จำนวนร้อยละ 21.9
– ราษฎรอายุ 45-59 ปี อัตราการสูบบุหรี่ จำนวนร้อยละ 19.1
– ราษฎรกรุ๊ปผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) อัตราการสูบบุหรี่ จำนวนร้อยละ 14.4
แนวโน้มการสูบบุหรี่ในราษฎรอายุ 15 ปีขึ้นไป ลดน้อยลงไม่มาก แม้กระนั้นลดน้อยลงโดยตลอด จากจำนวนร้อยละ 20.7 ในปี 2557 เป็นจำนวนร้อยละ 19.9 ในปี 2558 และก็จำนวนร้อยละ 19.1 ในปี 2560
เพศชายที่สูบบุหรี่ลดน้อยลงมากยิ่งกว่าหญิง โดยเพศชายลดน้อยลง จำนวนร้อยละ 40.5 ในปี 2557 เป็นจำนวนร้อยละ 39.3 ในปี 2558 และก็จำนวนร้อยละ 37.7 ในปี 2560 สำหรับหญิงลดน้อยลงจากจำนวนร้อยละ 2.2 ในปี 2557 เป็นจำนวนร้อยละ 1.8 ในปี 2558 และก็จำนวนร้อยละ 1.7 ในปี 2560
ทั้ง มีข้อมูลที่ได้รับมาจากภาควิชาแพทยศาสตร์ โรงหมอรามาธิบดี ได้ทำรายงานสำรวจต้นเหตุการเสียชีวิตจากบุหรี่ในปี 2560 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา พบว่า ชาวไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ 72,656 ราย ทำให้มีการเกิดค่าสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ เช่น ค่าพยาบาลปีละ 77,626 ล้านบาท ค่าขาดรายได้จากการเจ็บป่วย 11,762 ล้านบาท ค่าการสิ้นไปจากการตายก่อนวัยฯ 131,073 ล้าน รวมยอดปีละ 220,461 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 20,565 บาท ต่อผู้สูบบุหรี่ 1 คนต่อปี

buri1

4. “วันงดเว้นสูบบุหรี่โลก” 2564 รณรงค์ เลิกดูด ลดเสี่ยง คุณทำเป็น
กระทรวงสาธารณสุข ชวนพสกนิกรร่วมรณรงค์วันงดเว้นสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2564 “เลิกดูด ลดเสี่ยง คุณทำเป็น” เพื่อผลักดันให้เลิกดูดสินค้ายาสูบทุกจำพวก ลดการเสี่ยงการรับเชื้อ ลดแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19
องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เป็น “วันงดเว้นสูบบุหรี่โลก” และก็ปีนี้ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ว่า “COMMIT TO QUIT” เพื่อให้ 180 ประเทศสมาชิกผลักดันเชิงแนวทาง และก็จัดงานกิจกรรมเพื่อสร้างความเข้าใจถึงพิษภัยและก็อันตรายของบุหรี่ทุกจำพวก ผลักดันให้ผู้สูบบุหรี่ทั้งโลกเลิกบุหรี่ให้ได้ 100 ล้านคน
สำหรับประเทศไทย ได้กำหนดประเด็นเน้นย้ำสื่อสารไปยังพสกนิกร ภายใต้คำขวัญ “เลิกดูด ลดเสี่ยง คุณทำเป็น” เนื่องจากในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 พบว่า การกระทำการ “สูบบุหรี่” นับว่าเป็นการกระทำเสี่ยง เพิ่มจังหวะรับเชื้อหรือแพร่ระบาดเชื้อโควิดได้ มีรายงานพบคนเจ็บที่ติดเชื้อโควิด-19 มีประวัติการสูบบุหรี่หรือบุหรี่กระแสไฟฟ้า จำนวนมากมักมีสุขภาพปอดไม่แข็งแรง ทำให้มีลักษณะอาการร้ายแรง และก็เสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้

กระทรวงสาธารณสุข ขอชวนผู้สูบบุหรี่หันมาเลิกบุหรี่ ซึ่งทาง สธ. ได้จัดโครงงานระบบบริการเลิกบุหรี่แบบครบวงจร ช่วยคนที่ต้องการเลิกบุหรี่เข้าถึงบริการและก็รับคำขอคำแนะนำ โทรฟรีสายด่วนเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ โทร.1600
———————–
อ้างอิง :
ศูนย์วิจัยและก็จัดแจงวิชาความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ
สสช.1
สสช.2
กระทรวงสาธารณสุข