27/09/2021

แนะนำเว็บดู movie free online หนังเต็มเรื่อง

รีวิวเว็บดูหนังใหม่ชนโรง 2020 เว็บดูหนังออนไลน์ ฟรี HD ชัด เต็มเรื่อง มาสเตอร์ พากย์ไทย ซาวด์แทร็ก ซับไทย รวมหนังมาแรง หนังซูม หนังดี หนังมันๆ ดูซีรี่ย์บนมือถือ อัพเดตทุกวัน

แมนซิตี้บุกทุบเลสเตอร์นำฝูงโด่ง หนีแมนยู17แต้ม-ธนวัฒน์แข้งไทยมีชื่อสำรอง

“เรือใบสีฟ้า” ฟอร์มยังร้อนแรงหลังบุกไปถอนแค้นเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 เพิ่มสถิติชนะนอกบ้านทุกรายการ 15 เกมติด นำโด่งเป็นจ่าฝูงทิ้ง “ผีแดง” 17 แต้มแต่แข่งมากกว่า2นัด โดยเกมนี้ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร แข้งเลือดไทยสร้างประวัติศาสต์มีชื่อติดสำรองเป็นครั้งแรก ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

 

สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 3 ม.ย.ก่อนหน้าที่ผ่านมา เลสเตอร์ สิตี้ อันดับ 3 เปิด คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของหัวหน้าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยครั้งแรกที่เอติเตียนฮัด สเตเดี้ยม “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” บุกไปกระหน่ำมาถึง 5-2
โดยเกมนี้ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร มีรายชื่อเป็นลำแข้งสำรองครั้งแรกซึ่งนับเป็นลำแข้งเลือดไทยคนแรกที่มีรายชื่อสำหรับในการเล่นพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ขณะที่เกมนี้ เบรนแด้น ร็อดเจอร์ส ส่งสองหัวหอกอีกทั้ง เคลิชี่ อิเฮนาโช่ และเจมี่ วาร์ดี้ ล่าตาข่าย
ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” ที่ก่อนแข่งขันทิ้งอันดับ 2 แมนฯยูไนเต็ดไปถึง 14 แต้ม เกมนี้พักลำแข้งหลักบางรายโดยโรเตชั่นด้วยการส่ง เซร์คิโอ อเกวโร่ ออกตัวตัวจริงเป็นครั้งแรก โดยมี กาเบรียล เชซุส, เควิน เดอ บรอยน์ และริยาด ผีเรซ ส่งเสริม
ประเดิมมาได้แค่ 5 นาที แฟร์นันดินโญ่ ซัดนอกกรอบส่งบอลเข้าก้นตาข่ายไปแล้ว แต่ว่าผู้ตัดสินปฎิเสธไม่ให้ประตูเนื่องจาก กุน อเกวโร่ ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปขวางการป้องกันของ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล
นาที 18 แนวรับจิ้งจอกเกือบจะโดนลงอาญาหลัง ทิโมธี กาสตานเญ่ เปิดบอลไม่ดีไม่ติดลำแข้งสิตี้ก่อนกระเด้งมาเข้าทาง อเกวโร่ วอลเลย์ไม่จับเหาะผ่านคานออกไป

กลุ่มเยือนยังสร้างโอกาสได้มากกว่า นาที 20 แฟร์นันดินโญ่ จิ้มถึงแม้ว่าจะ เควิน เดอ บรอยน์ กดนอกกรอบแต่ว่าบอลก็ยังสูงเหาะคานออกไปอีก

อีกสองนาทีถัดมา แมนฯสิตี้ น่าได้ประตูขึ้นนำหลัง เดอ บรอยน์ เรียกฟรีคิกได้หน้าได้ตากรอบ ก่อนจอมทัพเลือดเบลเยียมจะปั่นผ่านกำแพงไปชนคานอย่างโชคร้าย
นาที 41 สิตี้เสียโอกาสได้ประตูอีกครั้ง หลัง กาเบรียล เชซุส ดีดบอลให้ ริยาด ผีเรซ หลุดเข้าไปซัดเลียดในกรอบแต่ว่าบอลยังไปติดขา แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ถัดมาแค่นาทีเดียว โรดรี้ ไหลให้ เควิน เดอ บรอยน์ ซัดไกลจากนอกกรอบบอลพุ่งหลุดเสาออกไปแบบจวนเจียน
นาที 44 กาเบรียล เชซุส ได้บอลในกรอบก่อนเลี้ยงหนีแนวรับจิ้งจอกก่อนพลิกเข้ากลางแล้วซัดด้วยขวาแต่ว่าบอลเหาะหลุดกรอบออกไปอย่างโชคร้าย
ตอนทดเจ็บ นาที 45+2 “เดอะ ฟ็อกซ์” ชวดได้ประตูขึ้นนำหลังจากที่ใช้โอกาสแรกจากจังหวะที่ อโยเซ่ เปเรซ แทงบอลสุดงามให้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดเข้าไปสัมผัสบอลหนี เอแดร์ซอน ก่อนซัดเข้าไป แต่ผู้ติดสินเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าของ วาร์ดี้ ก่อน
จบครึ่งแรก ยังทำอะไรกันมิได้ เลสเตอร์ สิตี้ เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0
ช่วงหลัง นาที 51 เลสเตอร์ โต้ตอบขึ้นมาเกือบจะได้ลุ้นหลัง เคลิชี่ อิเฮนาโช่ โซโล่ผู้เดียวเลี้ยงหนีเข้าไปก่อนไหลให้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดเข้าไปซัดแต่ว่าไปติดบล็อคของ รูเบน ดิอาส ที่ช่วยเซฟทัพเรือใบไม่ให้เสียประตูได้จวนเจียน
นาที 58 ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า บดอย่างหนัก เควิน เดอ บรอยน์ ไหลให้ ริยาด ผีเรซ หลุดเข้าไปซัดเสาแรกแต่ว่าไปติดเซฟของ ชไมเคิ่ล ปัดออกมาบอลยังไม่รอดอันตราย โรดรี้ ครอสเข้าไปหน้าประตูแต่ว่ายังติดแนวรับเลสเตอร์ แต่บอลมาเข้าทาง แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ เก็บตกในกรอบก่อนล็อคหนี อัลไบรท์ตัน แล้วปั่นด้วยขวาข้างไม่ถนัดส่งบอลหนีมือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เสียบมุมเสาไกลอย่างงดงามให้ “เรือใบสีฟ้า” บุกมาขึ้นนำ 1-0 นาที 74 หัวหน้าฝูง แมนฯสิตี้ ทะยานหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ แทงบอลทะลุช่องสุดเหนือให้ กาเบรียล เชซุส หลุดเข้าไปก่อนปาดไปเสาไกลให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่ไม่มีมุมยิงดึงจังหวะล็อคหนีลำแข้งเจ้าถิ่น 2 คน ก่อนไหลคืนให้ กาเบรียล เชซุส ล้มตัวยิงเข้าไป
จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกตี เลสเตอร์ สิตี้ 2-0 นำหัวหน้าฝูงถัดไปโดยทิ้งอันดับ 2 “ผีแดง” ถึง 17 คะแนนแต่ว่า “เรือใบสีฟ้า” แข่งขันมากกว่าสองนัด ส่วน เลสเตอร์ ชวดโอกาสขึ้นรองหัวหน้าฝูงมี 56 คะแนนรั้งอันดับ 3 เหมือนเดิม
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองกลุ่ม
เลสเตอร์ สิตี้ (3-4-1-2) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – แดเนี่ยล อมาร์ตีย์, จอนนี่ อีแวนส์, เวสลี่ย์ โฟฟาน่า – มาร์ค อัลไบรท์ตัน (ริคาร์โด้ เปเรยร่า น.71), วิลฟรีด เอ็นดิดี้ (นอมปาลิส เมนดี้ น.84), ยูริ ตีเลมันส์ , ทิโมธี กาสตานเญ่ – อโยเซ่ เปเรซ – เคลิชี่ อิเฮนาโช่ (เจมส์ แมดดิสัน น.72), เจมี่ วาร์ดี้
ผู้จัดการทีม : เบรนแด้น ร็อดเจอร์ส
แมนฯ ซิตี้ (4-2-3-1) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอาส, เอเมอริค ลาป๊อร์กต์, แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ – โรดรี้, แฟร์นันดินโญ่ – ริยาด ผีเรซ (เฟร์ราน ตอร์เรส น.79), เควิน เดอ บรอยน์ (ฟิล โฟเด้น น.88), กาเบรียล เชซุส – เซร์คิโอ อเกวโร่ (ราฮีม สเตอร์ลิง น.63)
ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์