23/10/2021

แนะนำเว็บดู movie free online หนังเต็มเรื่อง

รีวิวเว็บดูหนังใหม่ชนโรง 2020 เว็บดูหนังออนไลน์ ฟรี HD ชัด เต็มเรื่อง มาสเตอร์ พากย์ไทย ซาวด์แทร็ก ซับไทย รวมหนังมาแรง หนังซูม หนังดี หนังมันๆ ดูซีรี่ย์บนมือถือ อัพเดตทุกวัน

โดนนำสไตล์! ฝรั่งเศสแซงดับสเปน 2-1 ผงาดแชมป์เนชั่นส์ลีก

เป็นอีกเกมที่ฝรั่งเศสกลับจากที่ตามหลังแล้วกลับมาแซงชนะ ผงาดครอบครองแชมป์ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ได้สำเร็จ

LIVE UPDATE ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก : ประเทศสเปน – ฝรั่งเศส

ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2020-2021 รอบชิงแชมป์ ที่สนามซาน ซีโร ในเมืองไม่ลาน ประเทศอิตาลี เป็นการพบกันระหว่าง ประเทศสเปน ดวลกับ ฝรั่งเศส

หลุยส์ เอ็นริเก้ กนซือของประเทศสเปน เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-3-3 ด้วยการใช้สามผสานแนวรุกเป็น เฟร์ราน โคนร์เรส, ปาโบล ซาราเบีย และก็ ไม่เกล โอยาร์ซาบัล

ด้านฝรั่งเศสของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ วางหมากมาในแผน 3-4-1-2 โดยใช้ อองตวน กรีซมันน์ ทำเกมรุกร่วมกับคู่แผงหน้าอย่าง ติดอยู่ริม เบนเซมา และก็ คีลิจนถึง เอ็มบัปเป้
เกมในช่วง 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังแทบจะไม่มีโอกาสลุ้นยิงประตูแบบชัดเจนให้มองเห็นกันเลย โดยที่ฝั่งของฝรั่งเศสนั้นยังจำต้องเสียแผงหลังตัวเก่งอย่าง ราฟาแอล วาราน ซึ่งบาดเจ็บกล้ามขา กระทั่งจำต้องเปลี่ยนเอา ดาโยต์ อูปาเมกาโน ลงมาแทน ในนาทีที่ 43 อีกด้วย ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ที่ยังเท่ากันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังแปลงเป็นประเทศสเปนมาได้ประตูขึ้นนำ ในนาทีที่ 64 จากจังหวะที่ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ วางบอลยาวให้ ไม่เกล โอยาร์ซาบัล เบียดเอาชนะตัวเกาะติดอย่าง ดาโยต์ อูปาเมกาโน ก่อนจะยิงด้วยซ้ายยัดเข้าเสาไกลโดยเด็ดขาด ส่งให้ทัพวัวกระทิงดุออกนำ 1-0

แม้กระนั้นถัดมาแค่เพียงนาทีที่ 66 ฝรั่งเศสก็มาตามตีเสมอได้แบบฉับพลัน จากจังหวะที่ คีลิจนถึง เอ็มบัปเป้ ไหลบอลให้ ติดอยู่ริม เบนเซมา ได้ปั่นโค้งด้วยขวาโค้งแทงสามเหลี่ยมอย่างงดงาม ทำให้สกอร์ขยับมาเท่ากันที่ 1-1

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 80 ฝรั่งเศสมาได้ประตูกลับขึ้นนำ จากจังหวะที่ เตโอ แอร์กน็องเดซ จ่ายบอลแฉลบการพุ่งสกัดของ เอริค การ์เซีย เลยไปถึง คีลิจนถึง เอ็มบัปเป้ ได้หลุดยิงด้วยซ้ายตุงตาข่าย ซึ่งผู้ตัดสินเช็ค VAR แล้วมองว่าไม่เป็นการล้ำหน้าแต่อย่างใด ช่วยทำให้ทัพยี่ห้อไก่แซงนำ 2-1
หลังจากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติม ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นฝรั่งเศสชนะไป 2-1 ผงาดครอบครองแชมป์ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกได้สำเร็จ

ufa2

รายนามนักฟุตบอลทั้งสองทีม

ประเทศสเปน (4-3-3) : อูไน ซิมอน; เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เอริค การ์เซีย, อายเมอริค ลาปอร์กต์, มาร์กอส อลอนโซ; กาบี้ (โกเก้ น.75), เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, โรดรี้ (ปาโบล ฟอร์นาลส์ น.84); เฟร์ราน โคนร์เรส (ไม่เกล เมริโน น.84), ปาโบล ซาราเบีย (เยเรมี ปิโน น.61), ไม่เกล โอยาร์ซาบัล
สำรองไม่ได้ใช้ : ดาบิด เด เคอา, เปา โคนร์เรส, อินญิโก้ มาร์ติเนซ, ไบรอัน กิล, แซร์จี้ โรกางร์โต้, โรเบิร์ต ซานเชซ, เซร์คิโอ เรกีลอน, เปโดร ปอร์โร
ใบเหลือง – อายเมอริค ลาปอร์กต์ น.86
ฝรั่งเศส (3-4-1-2) : อูโก้ โยริส; ฌูลส์ ลุกนเด้, ราฟาแอล วาราน (ดาโยต์ อูปาเมกาโน น.43), เปรสแนล คิมเปมเบ้; แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ (เลโอ มองบัวส์ น.80), ปอล ป็อกบา, อูเรเลียง ชูอาเมนี, เตโอ แอร์กน็องเดซ; อองตวน กรีซมันน์ (ฌอร์ดาน แวร์ตูร์ น.90+2); ติดอยู่ริม เบนเซมา, คีลิจนถึง เอ็มบัปเป้
สำรองไม่ได้ใช้ : อ็องโตนี มาร์กซิยาล, มุสซา ดิยาบี้, มัตเตโอ เกนมองซี, เบอนัวต์ กอสติล, วิสซาม เบน เยดแดร์, ลูกัส แอร์กน็องเดซ, ไมค์ เมญอง
ใบเหลือง – ปอล ป็อกบา น.46, ฌูลส์ ลุกนเด้ น.55, คีลิจนถึง เอ็มบัปเป้ น.89