August 9, 2020
1 min read

เนื่องด้วยภาระหน้าที่ที่หนักหลากหลายวัน วันนี้จึงขอโดดเรียนมหา'ลัย ไปดูภาพยนตร์ไทยพึ่งเข้าเมื่อไม่กี่วันก่อน "Who...ปิดป่าหลอน" ที่นำแสดงโดย คุณแน็ก ชาลี ที่พวกเรารู้จักรวมทั้งเป็นคนที่ใครๆก็รู้จักของพวกเราเสียหน่อย ตอนผมไปดูหนังเรื่องอื่นกับเพื่อนพ้องตั้งแต่ปีที่แล้ว เห็นป้ายที่ใช้สำหรับโฆษณาภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งเอาไว้ โทนสีขาวดำที่เชื้อเชิญให้คิดถึงโปสเตอร์ภาพยนตร์เครือญาติแพร่ง กับเรื่องราวที่จั่วหัว กล่าวถึงเรื่องคนกรุ๊ปหนึ่ง กับสถานที่ออกแนวปิดตาย ทำให้ผมคิดถึงหนังแนวสอบสวนของญี่ปุ่น รวมทั้งหนังแนวระทึกขวัญของฝรั่ง ที่ว่าด้วยเรื่องคนปริมาณหนึ่ง มารวมตัวกันอยู่ในสถานที่ที่มีความจำกัด แล้วก็กำเนิดสถานการณ์ที่บังคับ ทำให้จำเป็นต้องเผยธาตุแท้ของกันและกันออกมา เมืองไทยไม่ได้มีแนวนี้บ่อยนัก ผมจึงสนใจมานานนมแล้ว ประกอบกับระยะนี้อยากดูหนังสักเรื่อง รวมทั้งอุตส่าห์โดดเรียนมาแล้ว (ความประพฤติปฏิบัติที่ไม่ดี ขออย่าทำตามอย่างครับ) เลยจัดภาพยนตร์เรื่องนี้เสียหน่อย เรื่องราว : นาย "เปี๊ยก" (แน็ก ชาลี) หนุ่มเซอร์ นศ.มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แอบชอบสาวร่วมสถาบัน เผอิญเห็นสาวคนที่ใครๆก็รู้จักกล่าว คุยกับกรุ๊ปเพื่อนพ้อง ระหว่างที่รุ่นพี่ (ซ้ำชั้นมาจะปีที่ 8 แล้ว) ตั้งโต๊ะชักชวนรุ่นน้องเข้าค่ายเดินป่าในป่าที่เชื่อกันว่าเมื่อเข้าไปแล้วอาจไม่ได้กลับออกมาอีก ว่าอยากเข้าค่ายเดินป่าดังที่กล่าวถึงแล้วด้วย นายเปี๊ยกที่อยากตามสาวคนรัก จึงตกลงเข้าค่ายที่จะพากันไปในสถานที่ที่เพียงแค่ฟังการเอ๋ยถึง ก็ไม่น่าไปที่นี้แล้วกับเขาด้วย เมื่อค่ายเริ่มต้นขึ้น นิสิตมหา'ลัยรวม 8 คนได้ไปสมทบกับพรานประจำสถานที่ ผู้มีความชำนาญที่ในป่าดังที่กล่าวถึงแล้วอีก 2 คน ณ สถานีรถไฟใกล้ป่า พร้อมเดินตบเท้าเดินสู่ป่าใหญ่ที่มีกลิ่นบางสิ่งบางอย่างไม่น่าไว้วางใจ ฟ้าที่เปิดเป็นใจตอนลงจากรถไฟ เมื่อ 10 ชีวิตเข้าป่า กลับมืดมนลงทันใดดุจดั่งเป็นลางร้ายบางสิ่งบางอย่าง หารู้ไม่...นี่คือจุดเริ่มต้นของการตายอย่างต่อเนื่องที่กำลังจะตามมา หรือว่านี่จะเป็นอาถรรพณ์ของป่าที่มิสามารถประมือกันได้ แต่ว่าหากไม่ใช่ หรือว่ามันจะเป็น... ข้อคิดเห็นต่อเรื่องราว : เป็นภาพยนตร์ได้เรื่องราวดี ไม่สิ...จำเป็นต้องเรียกว่าเป็นเรื่องราวระดับเซฟโซนของหนังแนวเดียวกัน รวมทั้งเป็นเรื่องราวที่แปลกใหม่สำหรับภาพยนตร์ไทย เนื่องจากว่าภาพยนตร์ไทยไม่ค่อยมีแนวนี้เท่าไหร่ โดยมากก็ชอบเป็นแนวสอบสวนโทนหนัก หรือไม่ก็แนวผีสางเต็มสูบไปเลยเสียมากกว่า เรื่องนี้นับว่าเป็นตรงกลางระหว่างแนวสอบสวนรวมทั้งผีสาง ออกแนวมิสเทปรี่ ลึกลับ แนวๆผู้ใดกันเป็นคนทำ (Whodunit) อยู่เนืองๆ ข้อคิดเห็นต่อภาพยนตร์ : อย่างที่กล่าวไป ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เรื่องราวเซฟโซนที่ดี ที่เหลือก็คือการถ่ายทอดออกมาให้ดี สมกับที่ไต่ระดับอยู่บนเซฟโซน ผลคือ...ที่มีดี คงจะมีเพียงแค่เรื่องราวเท่านั้น ลำดับเรื่อง การถ่ายทอดของภาพยนตร์เรื่องนี้ค่อนข้างจะงง ฉาบฉวย ไม่ประติดประต่อเสียจนผู้ชมมึน การนำทิวทัศน์เดิมๆกลับมาฉายซ้ำ ทำให้มีความรู้สึกจำเจยังไงชอบกล ก่อนจะถึงหนึ่งในสามทั้งสิ้นของภาพยนตร์ คือช่วงปูผู้แสดงทั้งยัง 10 ผู้ที่ควรเป็นคนดำเนินเรื่อง รวมทั้งติดอยู่ในป่าด้วยกัน ก่อนเกิดเรื่อง เป็นตอนๆที่เละตุ้มเป๊ะที่สุด อยากใส่อะไรก็ใส่มาเต็มกำลัง บทสนทนาดูผิดธรรมดา ประดิษฐ์ประดอย ผู้แสดงนอกจากผู้ที่พวกเราคุ้นตาชินตากันอย่างแน็ก ชาลี อาเล็ก สมชาย กำลังกุลที่นับถือรัก รวมทั้งผู้แสดงที่ไม่ค่อยคุ้นตา แต่ว่ายังพอเพียงเล่นถึงอยู่บ้าง แข็งเสียจนน่าอึดอัดอย่างไม่น่ายกโทษ ผู้กำกับปลดปล่อยผ่านมาได้ยังไง คำพูดที่เว้นวรรคของผู้แสดงที่พวกเราไม่คุ้นหน้า (แต่ว่าจำเป็นต้องถือได้ว่าผู้แสดงหลัก เนื่องจากว่าอยู่ในกรุ๊ป 10 คน) อย่างผิดธรรมชาติอย่างกับตัวเองลืมบทกลางทาง รวมทั้งไม่มีการตัดต่อของทีมงานข้างถ่ายทำ ที่ควรทำให้มันลื่นไหล นี่ยังไม่นับผู้แสดงสมทบนอกเหนือคนทั้งยัง 10 ที่การแสดงนี่ท่องบทอย่างแกงจับฉ่าย รวมทั้งเล่นใหญ่เสียจนเฟคมากอีกนะ กลับมาที่เรื่องเรื่องราว รวมทั้งการเดินเรื่อง หากตัดสินเพียงแค่เรื่องราวกับการดำเนิน เรื่องนี้นับว่าพอเพียงไปวัดไปวาได้บ้าง ถ้าเกิดแต่ว่าการดูภาพยนตร์ พวกเราจำเป็นต้องนำผู้แสดงมาร่วมตัดสิน เนื่องจากว่าพวกเขาคือสาระสำคัญที่ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้นออกมาด้วยการแสดงของพวกเขา จาก 10 คน มีนักแสดงมืออาชีพ รวมทั้งเล่นถึงอยู่ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง กล่าวอีกนัยหนึ่ง...คนเกินครึ่งของ 10 ผู้ที่เป็นตัวละครหลักสำคัญ เล่นได้ค่อนข้างจะสอบตก ส่งผลให้ผู้ที่แสดงได้โอเคก็ยังหามไว้ไม่ไหว การรับส่งอารมณ์จึงไปไม่ถึงกันรวมทั้งกันในหมู่ผู้แสดง สำเร็จให้ผู้ชมรับอารมณ์ได้อย่างขาดๆเกินๆแปลงเป็นไม่อินไปในที่สุด ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเกือบจะสอบตกในบัดดล เนื่องจากว่าตัวผู้แสดง นี่ยังไม่นับเรื่องราวที่ถึงจะพอเพียงเข้าวัดได้ แต่ว่าก็เรียกไม่ได้ว่าเข้าวัดไปได้ทั้งยังเรื่องนะ เนื่องจากว่ายังมีบางจุดที่เกิดพฤติกรรมที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างน่างงในผู้แสดงอีกต่างหาก (เพียงแต่จุดนี้ไม่ใช่จุดใหญ่อะไรมาก คิดต่อเอาเองได้ ถ้าเกิดแต่ว่ามันเป็นการคิดเองของผู้ชม ไม่ใช่ความเกี่ยวเนื่องที่หนังส่งมาให้โดยตรง) น่าเสียดายเอามากๆทั้งๆที่หากผู้แสดงเล่นดี หรือหามืออาชีพกว่านี้มา หนังเรื่องนี้บางทีก็อาจจะยกระดับขึ้นมาขั้นหนึ่งอย่างยิ่งจริงๆ อ๋อ...มือตัดต่อ รวมทั้งวางลำดับเรื่องด้วย หากจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยมากยิ่งกว่านี้อีกนิด คงจะโอเค ซาวน์ช่วงที่ยังไม่กำเนิดอะไรขึ้นด้านในเรื่องนี้ใส่มาได้ผิดจังหวะ รวมทั้งไม่น่าสนใจเอามากๆเหมือนกับรายการตัดต่อเองของพวกเด็กที่ทำเล่นกันในยูทูป ยังดีที่ตอนเรื่องเริ่มเดินอย่างเอาจริงเอาจัง ซาวน์ยังเปิดได้ถูกจังหวะอยู่ ตอนแรกก็กลัวว่าซาวน์จะมาผิดเรื่องราวกับครึ่งที่เปิดตัวผู้แสดงอยู่เสียอีก หากมองดูในด้านการแสดง จำเป็นต้องนับว่าผู้แสดงคนอื่นๆนอกเหนือผู้ที่โอเคอยู่แล้ว แสดงดียิ่งขึ้นมาหน่อยนึง ไม่รู้เนื่องจากว่าการบิ้ว ภายหลังจากมีคนตายไปทีละคนๆของตัวเรื่องเองหรือไม่ ที่พาให้มีความคิดว่าเขารวมทั้งคุณเหล่านั้น เล่นก้าวหน้าขึ้น เมื่อผู้แสดงตายทีละคนๆจนเกือบจะหมดวง รวมทั้งเหลือคนอยู่กรุ๊ปท้ายที่สุดแล้ว บรรยากาศค่อนข้างจะทำออกมาก้าวหน้า น่าสงสัย หวาดระแวง ไม่น่าเชื่อ และไม่น่าวางใจผู้ใดกันทั้งนั้น หากผู้กำกับ หรือมือตัดต่อทำให้บรรยากาศเหล่านี้มีตั้งแต่ว่าในระหว่างที่เรื่องเริ่มเกิดขึ้น อาจส่งผลให้การแสดงที่ไม่ถึงขนาดของคนหลายท่านในเรื่องถูกละเลยไปได้ก็เป็นได้ แต่ว่าก็น่าเสียดาย ที่บรรยากาศนี้อยู่เพียงแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น หากแม้เรื่องนี้จะดูเหมือนเป็นอาถรรพณ์ของสิ่งลี้ลับในป่าดงพงไพร แต่ว่าดูเหมือนกับว่า...ข้อเท็จจริงแล้วจะเป็นฝีมือของคนเราเป็นๆที่ยังมีลมหายใจ (แน็ก ชาลี ให้สัมพาษณ์เอาไว้วภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่หนังผี) ซ้ำยังเลวร้ายยิ่งไปกว่านั้น...อาจอยู่ในกลุ่มชนทั้งยัง 10 เองอีกด้วย แต่ว่าตอนจบกลายเป็นปลายเปิด ปลดปล่อยให้คิดกันเอาเอง แม้ว่าจะมีการใบ้เอาไว้กลายๆแล้วก็ตาม นี่อาจเป็นสิ่งที่ทีมงานทำขึ้นมา เนื่องจากว่าอยากที่จะให้ผู้ชมเก็บไปถก รวมทั้งคิดเองกันอย่างบ้าส์ แต่ว่าเศร้าใจด้วย...มันเป็นสิ่งที่ให้เก็บไปคิดต่อได้อย่างแป๊กเอามากๆซึ่งมันไม่น่าเก็บไปคิดต่อขนาดนั้น เรื่องนี้ขอไม่ให้แต้ม เอาเป็นว่าไม่ถึงครึ่งหนึ่งของคะแนนเต็มก็ตามใจเป็นพอเพียง หากเข้าไปดูแบบคาดหมายหนังลุ้นระทึก หาตัวคนร้าย แอคติ้งผู้แสดง ผ่านไปได้เลยครับผม แต่ว่าหากไม่คาดหมายอะไร (ราวกับผม) อาจดูพอกล้อมแกล้มไปได้...

1 min read

นานๆครั้งที่หนังเวียดนามจะมีโอกาสเข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเราแบบวงกว้างแล้วก็ได้รอบฉายค่อนข้างจะมาก แถมยังเข้าฉายทั้งสองระบบเป็นกล่าวภาษาเวียดนามแล้วก็ฉบับบรรยายไทยอีกต่างหาก กุมารทอง KUMANTHONG (Thất Sơn Tâm Linh) ฉบับหนังเวียดนามประเด็นนี้ ได้รับแรงจูงใจมาจากเรื่องจริงในสมัยก่อน โดยตัวหนังบอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาวอาภัพอย่าง ตรอก (หว่าง เอี๊ยน จีบี) สาวใบ้แล้วก็หูหนวกที่ใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านบ้านนอกของปากแม่น้ำโขง ชีวิตของเธอไม่มีอะไรพิเศษนัก จนตราบเท่าวันหนึ่งมีชายไม่คุ้นเคยที่เดินทางล่องเรือมาจอดที่หมู่บ้าน เขาชื่อ ลลิว ฮวน (กวาง ต๋วน) ที่อ้างตัวเองว่าเขาเป็นหมอปราบผีแล้วก็ร่างทรง ซึ่งเขาได้ช่วยเหลือคนในหมู่บ้านจากการโดนมนต์ดำแล้วก็ไสยเวทหลายราย จนกระทั่งราษฎรเริ่มยกย่องฮวนอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักฮวนเริ่มเผลอไผลในตัวตรอก ทำให้เขาตกลงใจขอเธอสมรส เริ่มต้นตรอกรู้สึกโชคดี แต่ไม่นานนักเธอเริ่มค้นพบว่าความรักครั้งนี้มาพร้อมกับจุดมุ่งหมายแฝง เมื่อเธอได้ค้นพบว่าผัวของเธอนั้นมีสมัยก่อนอันลึกลับ แล้วก็แนวทางร้ายที่ เขาจะใช้ชีวิตมนุษย์เซ่นสังเวยเพื่อประกอบพิธีกรรมอะไรบางอย่างให้ประสบความสำเร็จ แล้วเธอจะเอาชีวิตรอดอย่างไรเมื่อค้นรอบกายไม่มีผู้ใดเชื่อ “สาวใบ้” อย่างเธอเลยสักคน ถึงแม้กุมารทอง KUMANTHONGจะมีวิธีการดำเนินเรื่องที่ดูเชยๆแต่ด้วยความจริงใจ ใสซื่อแล้วก็นำเสนอทุกสิ่งทุกอย่างแบบซื่อ กระจ่างตามสไตล์ “ภาพยนตร์ไทยโบราณ” เป็นต้นว่า นางเอกที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สาวตัวร้ายที่เผยจริตความหลอกลวงให้ผู้ชมมองเห็นตั้งแต่ทีแรก คนที่อยู่รอบข้างนางเอกที่ดูไม่มีความฉลาด ตัวร้ายในคราบดารานำชาย ฯลฯ สิ่งกลุ่มนี้ถูกนำไปผูกอยู่กับวิถีแนวความคิดที่ว่า “เกิดเป็นหญิงตามที่เป็นจริงตรากตรำ” ได้อย่างน่าดึงดูด เราจะมองเห็นตั้งแต่ต้นเรื่องว่าตรอก เป็นสาวใบ้ที่ถูกสังคมแกล้งไม่ว่าจะเป็นเด็กๆที่มองเห็นเธอเป็นตัวขำขัน ราษฎรที่มองดูเธอ “ต่ำ” กว่าคนธรรมดาทั่วไป (หลายคราชอบมีประโยคที่ว่า “คนเป็นใบ้จะไปรู้เรื่องรู้ราวอะไร”) แถมการที่เธอสมรสกับฮวน ยังถูกบรรดาสตรีแซ่บๆบุคคลอื่น มองดูเธอว่า สตรีคนนี้มีอะไรดีมากกว่าตัวเองจนกระทั่งถูกผู้หญิงเหล่านี้ดูถูกเหยียดหยามด้วยสายตาหลายครั้ง มิหนำซ้ำ หนังยังปรากฏฉากที่ ตรอกวิ่งหนีฮวนด้วยความหวาดกลัว ภายหลังค้นพบความเป็นจริงอันน่าตกใจที่ว่าสตรีที่หายตัวไป กลายเป็นศพนอนหัวขาดอยู่ใต้ถุนบ้าน การที่ตรอกวิ่งมาวิงวอนจากพ่อ แต่กลับโดนผัวตัวเองมาลากตัวกลับบ้านไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างเฉย ฉากกลุ่มนี้เป็นเรื่องสะท้อนใจแล้วก็ทำให้ผู้ชมเห็นใจนักแสดงตรอก ว่าเธอโดนสังคมรังแกในทุกแบบเลยก็ว่าได้ แน่ๆว่าการที่ผู้ชมได้มองเห็นนางเอกโดนกระทำย่ำยีมาตลอดทั้งเรื่อง ช่วงไคลแมกซ์ที่เธอจะต้องเอาชีวิตให้รอดจากผัวของตนเอง จึงถือเป็นไฮไลท์ที่จัดได้ว่าตื่นเต้น น่าตามใจช่วยนักแสดงอย่างแท้จริง แล้วก็ยังเผยความเป็นจริงที่ว่าท้ายที่สุดแล้วถึงแม้ว่าจะสังคมรังแกเธอเพียงใด สตรีใบ้อย่างตรอกก็จะต้องสู้ยิบตา เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดต่อไป ถ้าคนไหนกันแน่ต้องการจะทดลองสัมผัสหนังเพื่อนบ้านของเราในโรงภาพยนตร์ นี่เป็นโอกาสที่ไม่น่าพลาด เพราะว่านานครั้งปีหนถึงจะมีความบันเทิงจากเวียดนามมาขึ้นจอใหญ่ครับผม https://www.youtube.com/watch?v=88vvrVrjPGs

1 min read

]ทำใจไว้แล้วว่าไม่เกี่ยวอะไรกับภาคแรก แต่ว่าพอดูก็รู้สึกน่าผิดหวังอยู่ดี หนังมาพร้อม High Concept สูงมาก มีความทะยานอยากสูง ทั้งยังการบ้านการเมือง ดราม่า เอเลี่ยน จนถึงพระเจ้า การสร้างมนุษย์ แต่ว่าดูแล้วเหมือนเมากาว มาเล่าแบบแถๆมากยิ่งกว่า เสียดายเซ็ทอัพมัน มันพร้อมจะเป็นหนังที่ดีได้ แต่ว่าหนังเล่าแบบขาดๆเกินๆจะตลกขบขันก็ไม่ตลกเต็มที่ / จะเป็นจริงเป็นจัง ก็ไม่ซีเรียสเต็มที่อีก...

1 min read

การที่มีหนังจากรัสเซียมาเข้าฉายในบ้านพวกเรา ก็ถือได้ว่าเป็นหัวข้อให้น่าสน ว่าน้านนานจะมีหนังจากรัสเซียมาสักเรื่อง ก็ย่อมเป็นหนังที่มีอะไรดี ถ้าหากไม่กวาดรางวัลในบ้านมามาก ก็ต้องทำเงินถล่มทลายถึงได้นำออกไปขายตลาดเมืองนอก เหมือนกับ Stray หรือชื่อรัสเซียว่า Tvar แปลว่า “สิ่งมีชีวิต” ดัดแปลงมาจากนิยายระทึกขวัญ ผลงานบทกลอนของ ‘แอนที่นา สตราโรบิเนท ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น สตีเฟน คิง ที่รัสเซีย...

1 min read

ส่วนตัวแล้วผมได้ยินมาราวๆหนึ่งถึงกระแสความนิยมในมังงะแล้วก็แอนิเมชั่นเรื่อง ATTACK ON TITAN แต่อย่างไรก็แล้วแต่หลังจากที่มีการประกาศสร้างภาพยนตร์แล้วก็มีการเปลี่ยนเนื้อหาสำคัญในหนังโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลง “สัญชาติ” ตัวละครจากชาวยุโรปให้เปลี่ยนมาเป็นญี่ปุ่นด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงถูกทำให้รายละเอียดของตัวละครแล้วก็ฉากหลังถูกเปลี่ยนไปพอสมควร อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อรายละเอียดปลีกย่อยในมังงะถูกเปลี่ยนใหม่แล้ว เท่ากับว่านี่เป็นการยกเครื่องใหม่ ด้วยเหตุผลดังกล่าวการชูเอามังงะมาเทียบกับเวอร์ชั่นหนังก็มองไม่ค่อยแฟร์นัก จุดบอดประการสำคัญในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นั้นเป็นการที่หนังมีฉากหลังที่จัดได้ว่าค่อนข้างจะ “สเกลใหญ่มาก” แต่ด้วยเหตุว่าทุนในการสร้างนั้นแม้ว่าจะเป็นหนังทุนสร้างสูงในประเทศญี่ปุ่นและจากนั้นก็ตาม แต่มันก็ ยังน้อยเกินไปที่จะเนรมิตโลกหลังกำแพงสูงให้ออกมาให้เราเห็นภาพรวมของเมืองมากยิ่งกว่าจะให้ผู้ชมเห็นแต่เพียงหมู่บ้านเล็กๆที่มองคล้ายกับบรรดาบ้านในหนังจีนพลังภายใน หรือแม้กระทั่งเมืองชั้นในที่มองผ่านๆและจากนั้นก็มิได้ให้ความรู้ความเข้าใจสึกว่ามันเป็น “เมืองจริงๆ” นอกเหนือจากนั้นการที่หนังไปเลือกโลเคชั่นในการใช้ “เกาะฮาชิมะ” อันเป็นเมืองร้างแล้วก็เป็นอาคารสูงที่ดูดำทะมึนน่าขนลุก...

1 min read

ภายหลังจากมองภาคแรกจบไปแล้วโดยที่ไม่รู้จักเรื่องราวจากหนังสือการ์ตูนมาก่อน ผมก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยภาคจบเพื่อจะมองว่ามันจะขมวดปมทั้งสิ้นอย่างไร เพราะเหตุว่าภาคแรกถ้าหากมองข้าม CG ที่เอาคนวางเดินบน bluescreen แล้วตัดต่อเป็นอิสระทันแต่ออกมาเสมือนยักษ์ในหนังจักรๆวงศ์ๆก็นับว่าทำเป็นดีพอสมควร ด้วยรายละเอียดรวมทั้งความมันส์หลายๆอย่างรวมกัน เพียงพอมาภาคสองก็เลยจะต้องมองว่าท้ายที่สุดแล้วจะมันกว่าภาคแรกมั๊ย รวมทั้งจะจบอย่างไรหนังออนไลน์มันๆ หนังเปิดเรื่องด้วยการเล่าเกริ่นย้อนไปในภาคที่แล้วนิดเดียวเพื่อเรียกความจำของผู้ชม แล้วก็เข้าเรื่องเลยทันที เพราะเหตุว่าหนังปูมาตั้งแต่ภาคที่แล้ว ผู้ชมทราบดีแล้วล่ะว่าอะไรเป็นอะไร แต่หนังกลับพลิกหัวข้อจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่เคยเน้นย้ำในเรื่องเกี่ยวกับการบากบั่นเอาชีวิตรอดของคนเราจากไททันทั้งหลาย เปลี่ยนมาเป็นหนังเกี่ยวกับการบ้านการเมืองชนชั้นการปกครองซะอย่างนั้น ซึ่งจุดเด่นของเรื่องราวที่มีมาจากภาคแรกถูกตัดทิ้งหมด ในภาคนี้พวกเราแทบไม่เห็นยักษ์ไททันเลย เห็นเพียงแค่เดินผ่านไปผ่านมา แต่ไม่ได้แสดงอิทธิฤิทธิ์อะไรให้มองน่าสยองเลย ตัวยักษ์ไททันที่พวกเราจะได้เห็นในภาคนี้เปลี่ยนเป็นอุลตร้าแมนกลายร่างมาสู้กันให้พวกเรามอง เสมือนดูหนังยอดมนุษย์ ซึ่ง CG ในขณะที่อุลตร้าแมนสองตัวออกมาก็ไม่ได้เนียนอะไรมากมาย เพียงแค่เปลี่ยนแปลงจากยักษ์ไททันหน้าเอ๋อๆที่ดูเหมือนยักษ์จากละครจักรๆวงศ์ๆช่อง 7 รุ่งเช้า มาเป็นอุลตร้าแมนของช่อง 9 การ์ตูน ดูแล้วก็ตลกดี แต่ไอ้เจ้ายักษ์หน้าเอ๋อมันยังมองหลอนโรคจิตกว่ามองอุลตร้าแมนตีกันซะอีก แต่ CG ในส่วนที่เยี่ยมก็มีนะนะครับ ผมถูกใจในขณะที่สู้กับไททันตาแป๊ะนายพล มันมองค่อยสมกับเป็น Computer Graphic หน่อย ซึ่งในตอนนี้เยี่ยมที่สุดในเรื่องละ เรื่องอารมณ์ของหนังภาคนี้ก็ไม่ได้มีอะไรดึงอารมณ์ผู้ชมให้บันเทิงใจตื่นเต้นตามได้แม้แต่น้อย อารมณ์หนังมันมองขัดๆกันตลอดทั้งเรื่อง คิดจะตัดก็ตัด คิดจะยืดก็ยืด อารมณ์นักแสดงก็เช่นเดียวกัน จู่ๆคิดจะโหวกเหวกโวยวายก็แพล่มขึ้นมาซะอย่างนั้น คิดจะซึ้งก็ซึ้งกินใจ มันปราศจากความตลอดเลย ซาวนด์ประกอบก็ไม่ได้ช่วยอะไรตัวหนังเลย จนผมสงสัยว่าทำไมภาคแรกกับภาคนี้มันช่างต่างกันเยอะขนาดนี้ ภาคแรกทำมาซะดีมาตกม้าตายเอาภาคจบซะงั้น รวมทั้งช่วงท้ายมี End Credit ที่ให้รอดู แต่ดูแล้วก็ไม่ได้ทำให้อยากจะมองต่อเท่าไร เพราะเหตุว่ามันไร้เหตุผลอะไรที่ส่งเสริมเรื่องราวเหล่านั้นเลย https://www.youtube.com/watch?v=hjLzGMrL1wk

1 min read

วันนี้ผู้เขียนจะมารีวิวหนังซูเปอร์ฮีโร่สุดสนุกของค่าย Marvel ที่มีชื่อว่า Iron Man (มหาประลัยคนเกราะเหล็ก) กำกับการแสดงโดย จอน แฟฟโรว์ เป็นหนังแนวแอคชั่นซูเปอร์ฮีโร ที่ปัดกวาดรายได้ถล่มทลายไปถึง 585.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แสดงนำโดย โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ สวมบท (โทนี่ สตาร์ค),กวินเน็ธ...

เราเคยมองมา 2 เวอร์ชั่น แต่ว่าเนื่องจากเราเป็นวัยรุ่น เลยชอบเวอร์ชั่น 2003 ที่สุด ที่ซูโหย่งเผิงเป็นผู้แสดงนำชาย เจียจิ้งเหวินเป็นนางเอก ดาราดูดีหลายท่าน บทก็เด่น คำกล่าวมีอถรรส ประทับใจ บางเวลามีมุกขำๆบ้าง ฉากบู๊ก็มองสนุกสนาน ฉากรักก็ซึ้งประทับใจ แต่ว่าเวอร์ชั่นนี้ ที่เติ้งเชาแสดงเป็นเตียบ่อกี้ อันอวี่เซียนแสดงเป็นเตี๋ยเมี่ยง มองมาแทบครึ่งเรื่อง ห่วยหลายมิติจริงๆ เริ่มจาก...1.เตียบ่อกี้ เราว่าเขาหน้าตาไม่ดี และขาดเสน่ห์สำหรับในการแสดงนะ การติดต่อสื่อสารทางสายตายังมิได้ บางบทน่าจะแสดงอารมณ์ก็ดันแข็งทื่อๆซะงั้น บทสนทนาใช้การไม่ได้เลย บทบู๊ก็เพียงพอหยวนๆได้ ไม่ค่อยเหมาะสมจะเป็นเตียบ่อกี้ เนื่องจากรู้สึกซึมๆเฉยๆแข็งมากมายว่าจะสุภาพ นุ่มนวล ตามแบบฉบับ... (เตียบ่อกี้ฉบับซูโหย่วเผิง เขาตัวเล็กก็จริง หน้าตาไม่หล่อจัด แต่ว่าน่ารัก แววตา และลักษณะท่าทางมีเสน่ห์ สดชื่น ดูแล้วเชื่อว่าเป็นเพศชายที่อบอุ่น จริงใจ และอ่อนไหวง่าย) 2.เตี๋ยเมี่ยง...

1 min read

ตกลงว่า ไม่ว่าใครจะนับว่ามากหรือน้อยขนาดไหน ถือเป็นการสปอยล์หนังหรือเปิดเผยรายละเอียดสำคัญของเรื่องหรือไม่และเช่นไร ชื่อหนัง Avengers: Endgame ผลงานกำกับของสองพี่น้องรุสโซก็บอกตัวมันเองอย่างทนโท่ว่า นี่เป็นตอนจบหรือบทสรุปของอภิมหาตำนานคุ้มครองจักรวาลและโลกของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ (นับปริมาณไม่ถ้วน) ที่คนทำหนังอุตส่าห์ปลุกปั้นและฟักฟูมมายาวนาน สิริแล้วใช้เวลา 11 ปี ประกอบไปด้วยหนังในเครือข่ายจักรวาลมาร์เวลทั้งสิ้น 22 เรื่อง และก็อย่างที่รู้กันว่า Avengers: Endgame เป็นตอนต่อโดยตรงจาก...

1 min read

รีวิว Vagabond เจาะแผนลับเครือข่ายแดนนรก (คลิกรับดูได้ที่นี่) ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ของเกาหลีที่ฉายร่วมกับ Netflix ในฐานะซีรีส์ออริจินัล หนังฉายพร้อมเกาหลีอาทิตย์ละ 2 ตอน คืนวันศุกร์กับเสาร์ เป็นเรื่องราวเกี่ยว “ชาดัลกอน” พระเอกที่มีอาชีพสตันท์แมนออกตามล่าหาตัวการที่ทำให้เครื่องบินตก ซึ่งเหยื่อผู้รับเคราะห์มีถึง 211 คน ไม่มีผู้ใดรอดชีวิต รวมทั้งหลานชายเขาเป็นเยี่ยมในนั้น แต่แล้วพระเอกกลับได้ร่องรอยจากวิดีโอที่ถ่ายไว้โดยหลายชายบนเครื่องก่อนตก...